พิมานกรุ๊ปปรับธุรกิจรับสังคมผู้สูงอายุ

 

พิมานกรุ๊ปปรับธุรกิจรับสังคมผู้สูงอายุ เชื่อหัวใจสำคัญคือการสร้างสังคมที่สมดุลกันสำหรับคนทุกวัย

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา สโมสรแฟมิลี่ แอนด์ ฟิตเนสหมู่บ้านพิมานชล 2 บริษัทอีสานพิมาน กรุ๊ป ได้จัดงานทำบุญตักบาตรต้อนรับปีใหม่ 2561 พร้อมกับตรวจสุขภาพและจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ในหัวข้อ “ผู้สูงวัยยุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ” อันเป็นการให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้

เตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุ

          นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล เจ้าของโครงการกล่าวถึงจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมว่า เพื่อเป็นการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งเป็นของขวัญปีใหม่เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดีด้วย สำหรับเรื่องที่อยู่อาศัยไม่ใช่แค่เรื่องสถานที่ แต่ต้องคำนึงถึงการอำนวยความสะดวก คุณภาพชีวิต การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่เหมาะสม ไม่อันตราย และมีความสุข ซึ่งทางบริษัทกำลังให้ความสนใจในเรื่องนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยที่กำลังจะสร้างขึ้นใหม่ หรือการปรับปรุงบ้านหลังเก่าที่มีอยู่แล้วให้เหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และที่เป็นหัวใจสำคัญคือการสร้างสังคมที่สมดุลกันสำหรับคนทุกวัย ไม่ทำให้คนสูงอายุรู้สึกว่าถูกแบ่งแยก แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งกับลูกหลานได้อย่างมีความสุข

รัฐ-เอกชน ตื่นตัวรับสังคมผู้สูงอายุ

           ดร.รติอร พรกุณา หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลขอนแก่น 2 กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุ ประมาณร้อยละยี่สิบของจำนวนประชากร ตอนนี้เริ่มมีความตื่นตัว ทั้งฝ่ายรัฐบาลเอง และภาคธุรกิจที่ทำในส่วนของการให้บริการผู้สูงอายุ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะผู้ได้ประโยชน์คือผู้สูงอายุ ที่จะมีช่องทางเข้าถึงการให้บริการทางสุขภาพมากขึ้น ตอนนี้ภาครัฐเองก็พยายามทำให้มีการรวมตัวกันเป็นชมรมผู้สูงอายุ และทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันให้มากขึ้น ในส่วนของเทศบาลนครขอนแก่นก็มองเห็นความสำคัญในตรงนี้ ทำให้เกิดศูนย์สร้างสุขผู้สูงอายุเทศบาลนครขอนแก่นขึ้น ผู้สูงอายุสามารถทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน ทำให้มีภาวะสุขภาพที่แข็งแรง มีอายุยืนยาวมากขึ้น ถือได้ว่าเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลเอง ที่ต้องดูว่าสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาวนั้นมีความสำคัญ มากกว่าจะมองแค่อายุยืนยาวเพียงอย่างเดียวส่วนในภาคเอกชนหลายแห่งก็เริ่มให้ความสำคัญ พยายามปรับธุรกิจเพื่อสามารถให้บริการผู้สูงอายุได้ตรงกับปัญหามากขึ้น ในด้านอื่น ๆ เราก็จะเห็นการเติบโตของเนิร์สซิ่งโฮมและการผลิตผู้บริบาลที่จะไปดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ที่อาศัยอยู่ที่บ้าน ซึ่งตรงนี้เป็นทิศทางที่เราต้องมองไปข้างหน้า

Universal Design โจทย์ใหญ่ของอนาคต

           ผศ.ดร.สักรินทร์ แซ่ภู่ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า การออกแบบหลังจากนี้ สำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และคนป่วย ต้องมีแนวคิดว่าต้องทำอย่างไรตั้งแต่ในบ้าน ในห้องให้ผู้สูงอายุลุกจากเตียงได้ง่ายขึ้น เสร็จออกจากห้องมาก็คือบ้าน ทำอย่างไรจึงจะไม่มีพื้นที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม ออกมาจากบ้านต้องปรับอย่างไร ให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตในชุมชน ไปพบปะสังสรรค์กับกลุ่มผู้สูงอายุด้วยกันได้บ้าง ไปวัด ไปตลาด แล้วไปสู่ระดับเมืองในภาพใหญ่ การเดินทางสาธารณะก็ต้องเอื้อ ซึ่งในต่างประเทศบางประเทศปรับให้รถเมล์สามารถเอียงข้างให้ผู้สูงอายุเดินขึ้นได้ เพื่อเอื้ออำนวยให้สามารถออกมาใช้ชีวิตได้เต็มพื้นที่ นั่นเป็นโจทย์ใหญ่ของ Universal Design(อารยะสถาปัตย์) ไม่ใช่แค่การทำเรื่องหนึ่งเรื่องใด แต่ต้องเชื่อมโยงมาจากจุดเล็ก ๆ เช่น การลุก การนั่ง เฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้เตียงนอน ถูกปรับเพื่อเป็นการปรับสภาพแวดล้อมทั้งหมด รวมไปถึงยังมีความรู้อีกหลายอย่างที่สังคมเราขาด ด้วยสภาพสังคมไทยที่ไม่เหมือนกับฝรั่ง เราไม่ได้แยกออกจากพ่อแม่ แม้ว่าอาจจะแยกระยะหนึ่ง ก็อาจมีการรวมกลับมาเข้ามาเป็นครอบครัวใหญ่ ทีนี้เราจะทำอย่างไร บ้านมีสองเจอเนอเรชั่น อันนี้ต้องปรับ เป็นโจทย์ที่เราต้องคิดร่วมกัน

สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ และเศรษฐกิจ

           คุณลุงสมนึก เส็งสุข และคุณลุงวิชัย ใหญ่สูงเนิน ตัวแทนผู้สูงอายุ แสดงความคิดเห็นว่า สังคมผู้สูงอายุจะต้องมีการรวมกลุ่ม มาออกกำลังกายและทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ใช่อยู่คนเดียวที่บ้าน แต่ต้องออกมาข้างนอก ซึ่งจะทำให้ได้พบปะกันทางอารมณ์ ทางสายตา ได้พูดคุยกัน ได้หัวเราะกัน วัยใกล้ ๆ กัน ต้องการเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ หมายรวมไปถึงทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และเศรษฐกิจ สามารถที่จะดูแลตัวเองได้โดยไม่หวังพึ่งลูกหลาน อยากให้มีนักวิชาการลงมาทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่จะเป็นผู้สูงอายุในอนาคต เราไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนแก่ เวลาไปไหนมักจะถูกแยกต่างหาก ว่านี่สำหรับคนแก่ ทำให้รู้สึกเหมือนถูกแบ่งแยก แต่ต้องการการเชื่อมที่กลมกลืน เป็นส่วนหนึ่งของสังคมปกติ
การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมแบบใหม่ ซึ่งเป็นสังคมที่เร่งรีบและมีการแข่งขันสูง ลูกหลานโตไปก็ไม่ค่อยมีเวลาดูแลพ่อแม่ ซึ่งถ้าพ่อแม่มีความพร้อม สามารถดูแลตัวเองได้ก็จะทำให้ลูกหลานสามารถทำงานของเขาได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องการเป็นภาระ ผู้สูงอายุกับลูกหลานก็ต้องเข้าใจกัน ประเทศในยุโรปเคยผ่านสภาพสังคมแบบนี้มาแล้ว เมื่อยี่สิบปีก่อน พออายุถึงเกษียณ เขาให้เงินไปก้อนหนึ่ง ผู้ชายที่เกษียณแล้วส่วนหนึ่งก็มาอยู่เมืองไทย มาแต่งงานกับคนไทย เพื่อให้คนดูแลแทนลูกตัวเอง เพราะในต่างประเทศค่าดูแล ค่าจ้างพยาบาลต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะ เราจึงมักเห็นฝรั่งแก่ ๆ แต่งงานกลับเด็กสาวไทย เพราะได้ทั้งภรรยาด้วย ได้คนดูแลด้วย สังคมไทยเป็นสังคมที่อบอุ่น อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ถ้าอยู่ต่างประเทศเขาจะกลายเป็นคนที่ถูกทอดทิ้ง อยู่ใครอยู่มัน
ตอนนี้รัฐบาลเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุเองต้องดูแลตัวเอง การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพไม่ใช่แค่การมีอายุยืนยาว แต่ต้องสุขภาพแข็งแรงด้วย ไม่ใช่ว่าอยู่ได้นานแต่ต้องติดเตียง เป็นภาระของลูกหลานต้องดูแล แบบนั้นผิด ต้องเป็นผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองและสังคมได้

Facebook Comments