​ยื่นอุทรณ์ศาลยื้อยุบ บขส.1

กลุ่มค้านยื่นอุทรณ์ศาลยื้อยุบ บขส.1 ชี้ผู้ใช้บริการจำนวน 20,000-30,000 คน/วัน เดือดร้อนหนักส่วนมากเป็นนักเรียนและคนจน ผู้ว่าฯตั้งกรรมการหาทางออกร่วมไร้ความคืบหน้า ยืนยันย้ายไป บขส.3 ตามประกาศกรมขนส่งทางบก 1 ธ.ค. 60

ศาลฯสั่งใช้ บขส.3 แห่งเดียว 

ภายหลังที่ศาลปกครองได้อ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 117, 125, 131 / 2558 หมายเลขแดงที่ 96, 97, 98 / 2560 ข้อพิพาทระหว่างนางสายเงิน กัลยา ที่ 1 กับพวกรวม 157 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 60

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามสำนวนฟ้องว่า ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 3 (บขส.3) เพียงแห่งเดียว ลงวันที่ 21 ส.ค. 58 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เนื่องจากไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อนมีประกาศดังกล่าว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ประกาศที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแต่อย่างใด การออกประกาศดังกล่าวจึงไม่จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

ศาลปกครองจึงยกฟ้องกลุ่มค้านย้าย บขส.ขอนแก่น ชี้แก้ปัญหาจราจร ส่วนรวมได้ประโยชน์ นอกจากนั้น ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า การกำหนดให้รถโดยสารเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 3 เพียงแห่งเดียวไม่มีความเหมาะสม ทำให้ผู้ใช้บริการต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น ไม่มีความสะดวกในการเดินทาง อีกทั้งมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การกำหนดให้ใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียว เนื่องจากต้องการแก้ปัญหาการจราจรแออัดในเขตเมือง และรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้กำหนดมาตรการรองรับไว้หลายๆด้าน รวมถึงด้านคมนาคม

และในปัจจุบันได้จัดรถโดยสารสาธารณะหมวด 1 ให้บริการ ได้แก่ รถโดยสารสองแถว 9 เส้นทาง รถตู้โดยสาร 1 เส้นทาง และรถบัสปรับอากาศ สายที่ 24 ให้บริการถึง บขส.3 ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การเชื่อมต่อการเดินทางเข้ามาในเขตเมืองมีความสะดวก และสถานีขนส่งแห่งที่ 3 มีความปลอดภัยเพียงพอ แม้ว่าผู้ฟ้องคดีอาจจะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

แต่เมื่อเปรียบเทียบประโยชน์สาธารณะที่เกิดจากการลดปัญหาการจราจรและมลพิษในตัวเมือง ประกอบกับการพัฒนาระบบการจราจรในอนาคตของจังหวัดขอนแก่นกับความเดือดร้อนของผู้ฟ้องคดีแล้ว เห็นว่าการกำหนดให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากกว่า จึงเห็นว่าการกำหนดให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียว เป็นการใช้ดุลยพินิจที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ดังนั้น ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดให้รถโดยสารประจำทางเข้าใช้สถานีขนส่งโดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 3 เพียงแห่งเดียว ลงวันที่ 21 ส.ค. 58 จึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง และให้รถโดยสารทุกเส้นทางไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวภายใน 45 วัน นับแต่วันที่อ่านคำพิษากษา ลงวันที่ 24 ส.ค. 60

ผู้ว่าฯตั้งกรรมการหาทางออก
จากคำพิพากษาของศาลที่ยกฟ้องกลุ่มผู้คัดค้านการย้าย บขส.1 ไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวนั้น ส่งผลให้ขนส่งทางบกฯออกประกาศให้ รถโดยสารทุกเส้นทางไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวในวันที่ 1 ธ.ค. 60
ต่อมาด้านผู้คัดค้านเข้าชี้แจงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากย้ายไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวต่อ นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในวันที่ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 60 ณ ห้องประชุมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ขอนแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่นหลังใหม่

ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งจังหวัดขอนแก่นเลขที่ 5381/2560 ลงนามโดย เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 พ.ย. 60 เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมในการสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาของผู้ได้รับผลกระทบจากการย้าย บขส.1 ไปรวม บขส.3 เพียงแห่งเดียว
และมีผลสืบเนื่องให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยนายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นทำหน้าที่ประธานกรรมการ คณะกรรมการสัดส่วนภาครัฐ มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น

ด้านคณะกรรมการส่วนผู้บริโภคและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบประกอบด้วยนายสวาท อุปฮาต นายสมพงษ์ สะอาด นายพัฒนสันต์ เสงี่ยมศรี โดยมีขนส่งจังหวัดขอนแก่น เลขานุการ และหัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง นักวิชาการขนส่งจากสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่นทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการได้ประชุมหารือถึงทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นในวันที่ 20 พ.ย. 2560 เวลา 14.00-17.30 น. ณ ห้องแก่นภูมิ 2 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่นหลังใหม่ ชั้น 4 จากนั้นสรุปเป็นข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นภายในวันที่ 21 พ.ย. 60

การประชุมใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงครึ่งเป็นความเห็นทั้งสองฝ่ายที่เห็นตรงกันคือ หากใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 เพียงแห่งเดียวย่อมจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนที่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตัวแทนคณะกรรมการส่วนผู้บริโภคและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ว่าจะต้องใช้ทั้งสองสถานีร่วมกันคือแห่งที่ 1 และแห่งที่ 3 ส่วนประเด็นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่นมีประกาศให้นำรถโดยสารประจำทางเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 6 ต.ค. 60 ให้รถโดยสารประจำทางทุกคัน จะต้องงดเข้าสถานีขนส่งแห่งที่ 1 และเข้าใช้สถานีแห่งที่ 3 เพียงแห่งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 60 ให้หยุดไว้ก่อน

ทั้งนี้ทางจังหวัดขอนแก่นได้ทำหนังสือไปยังอัยการจังหวัดต่อไปว่าจะเป็นไปในแนวทางใดบ้างเพื่อมิให้เกิดความร้อนกับประชาชนและการใช้ทั้ง 2 สถานีร่วมกันต่อไป โดยรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการฯ ให้ทราบอีกทั้งหากมีแนวทางอย่างไรจะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อหาข้อยุติร่วมกันต่อไป

รวมเรื่องเสนอผู้ว่าฯ
นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นทำหน้าทีประธานกรรมการฯ ให้สัมภาษณ์กับอีสานบิซวีคถึงผลการหารือร่วมกันว่า ตนได้รวบรวมข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนที่ได้ผลกระทบเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่ได้ผลกระทบจากการย้าย บขส.1 ไปรวมไว้ที่ บขส.3 เพียงแห่งเดียว
“แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะสามารถชะลอคำสั่งศาลฯที่ว่าให้รถทุกเส้นทางไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวในวันที่ 1 ธ.ค. 60 ได้หรือไม่ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจผมและเกรงว่าจะละเมิดคำสั่งศาล”
นายสุชัย กล่าวต่อว่า ขั้นตอนต่อไปในฐานนะที่ตนเป็นประธานกรรมการแก้ไขปัญหา จะรวบรวมข้อเสนอของทุกฝ่ายเพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชจังหวัดขอนแก่นต่อไป
“ผมขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนทุกฝ่ายว่าผมจะรวบรวมข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนมากที่สุด” นายสุชัย ลั่นคำมั่นก่อนจบให้สัมภาษณ์

เสนอใช้ 2 สถานี
สำหรับ นายสวาท อุปฮาต คณะกรรมการส่วนผู้บริโภคและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมการแก้ไขปัญหาเรื่อง การย้าย บขส.1 ให้ไปรวมไว้ที่ บขส.3 เพียงแห่งเดียว เป็นไปโดยราบรื่น
โดยทุกฝ่ายทั้งคณะกรรมการภาครัฐ ฝ่ายผู้บริโภค และภาคประชาชน เห็นร่วมกันว่า การย้าย บขส.1 ให้ไปรวมไว้ที่ บขส.3 เพียงแห่งเดียว สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะในเรื่องการเพิ่มภาระเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น

ทั้งในเรื่องสูญเสียเวลาในการเดินทางเกินความจำเป็น เพราะ บขส.1 ทำหน้ารับส่งผู้โดยสารจากต่างอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงมาเรียนหนังสือ มาติดต่อราชการ มาโรงพยาบาล โดย บขส.1 มีที่ตั้งความเหมาะสมในการกระจายและบริการประชาชนเพราะอยู่ใจกลางเมืองซึ่งต่างจาก บขส.3 ที่ตั้งอยู่ห่างเมืองตัวเมือง นายสวาท กล่าวและว่า
“ส่วนในประเด็นปัญหาที่ว่ารถโดยสารทำให้รถติดนั้นไม่เป็นความจริง เพราะรถโดยสารมีเวลาเข้าออกที่ชัดเจน คิดเฉลี่ยเป็น 3-5 คัน/ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละของปริมาณรถมีไม่เกินร้อยละ 3 ต่อวัน บนท้องถนน สาเหตุที่แท้จริงของรถติดคือการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล”

นายสวาท กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเรื่องการเลื่อนเวลาให้ไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวตามคำสั่งศาลในวันที่ 1 ธ.ค. 60 นั้น คณะกรรมการที่หารือระหว่างภาครัฐ ฝ่ายผู้บริโภค และภาคประชาชน มีสัญญาใจต่อกันว่าจะดำเนินเรื่องนี้ให้เป็นที่แล้วเสร็จแต่ยังไม่มีความชัดเจน

“หากเป็นความคิดเห็นส่วนตัวผมมองว่า ควรให้ใช้ทั้ง บขส.1 และ บขส.3 ร่วมกัน จึงจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยมาก และเรื่องที่จะให้ย้ายไปรวมที่ บขส.3 เพียงแห่งเดียว ตามคำสั่งศาลฯในวันที่ 1 ธ.ค. 60 ที่จะถึงนี้นั้น ผมคิดว่าประชาชนที่ใช้บริการ บขส.1 ประมาณ 2-3 หมื่นคน/วัน เดือดร้อนแน่ๆ”

ย้าย บขส. แก้รถติดไม่ตรงจุด
นายสมพงษ์ สะอาด คณะกรรมการส่วนผู้บริโภคและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวเสริมว่า จำนวนรถโดยสารที่เข้ามาวิ่งในเมืองมีอยู่ไม่ถึงร้อยละ 1 ของจำนวนรถทั้งหมด และวิ่งบนถนนประชาสโมสรมาสู่ บขส.1 ระหว่างเวลา 07.00-09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนมีผลการสำรวจที่น่าสนใจคือ

“แยกเป็นประเภทรถเฉลี่ยอยู่ที่ รถบัส 0.6 คัน รถสองแถว 38 คัน รถยนต์ส่วนบุคคล 5,199 คัน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องรถติดบนถนนประชาสโมสรและเขตเทศบาลนครขอนแก่น ด้วยการนำเอาจำนวน 0.6 คัน ออกและเป็นจำเลยในข้อหาทำรถติดนั้น ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและสามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกวิธี”

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า หากคณะกรรมการทุกฝ่ายเห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน 20,000-30,000 คน/วัน ที่มาใช้บริการ บขส.1 โดยส่วนมากเป็นผู้มีรายได้น้อย ไม่มีรถส่วนตัว ต้องเดินทางมาติดต่อราชการ มาเรียนหนังสือ

“จึงขอให้ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ระบุข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการว่า ควรหาช่องทางดำเนินการให้จังหวัดขอนแก่นสามารถใช้ บขส.1 และ บขส.3 เนื่องจากจังหวัดอื่นทั้งเชียงใหม่ กรุงเทพฯ มีหลาย บขส. และให้ชะลอการย้ายไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียว ในวันที่ 1 ธ.ค. 60 ตามอำนาจของฝ่ายปกครองที่มีอยู่ โดยมิละเมิดคำสั่งศาล”

บขส.1 ทางเลือกคนจน
ด้านนายภัตธนสันต์ เสงี่ยมศรี คณะกรรมการส่วนผู้บริโภคและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ อธิบายเพิ่มเติมว่า การกระจายความเจริญไปสู่พื้นที่รอบนอกเป็นแนวความคิดที่ตนเห็นด้วยที่จะเพิ่มการขนถ่ายกระจายคนให้ไปใช้ บขส.3 เพื่อไม่ให้ บขส.1 ถนนประชาสโมสร ถนนเทพารักษ์ มีความหนาแน่นของรถกระจายออกไป และหากพิจารณาปัญหาเรื่องรถติด ข้อมูลชี้ชัดว่าเกิดจากรถยนต์ส่วนบุคคล

“ดังนั้นท่านจะสั่งย้ายไปใช้ บขส.3 แห่งเดียวเพื่ออะไร หากเมืองขยายไปทาง บขส.3 และรถติดอีก มิต้องย้ายไปที่อื่นอีกหรือ ทำไมท่านไม่หาทางออกให้เมืองกระจายคน คนที่ใคร่ใช้ บขส.1 หรือ ใคร่ใช้ บขส.3 ก็สุดจะแล้วแต่ ให้ผู้ใช้บริการเลือกเอง อย่าไปบังคับเขา เพราะเขาเสียทั้งเงินและเวลาเพิ่มขึ้นในการเดินทาง”

ตามแผนการสร้างสมาร์ทซิตี้ของเทศบาลนครขอนแก่นระบุชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องขนส่งสาธารณะที่สะดวกนั้นมี บขส.1 อยู่แผนของการสร้างขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ แต่ บขส.3 ยังไม่มีอยู่ในแผน และในข้อเท็จจริง บขส.1 อยู่ใกล้ศูนย์ราชการ มหาวิทยาลัย สถานศึกษา โรงพยาบาล มีศักยภาพในการกระจายประชาชนได้มากกว่า ประหยัดกว่าทั้งในเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่าย จึงไม่ควรยุบ บขส.1 นายภัตธนสันต์ กล่าวและว่า

“ทำไมท่านไม่เสนอให้ใช้ บขส.1 และ บขส.3 ร่วมกัน จะปิดไปรวมกันที่เดียว ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ท่านต้องพิจารณาความเดือดร้อนของคนที่มาใช้ บขส.1 นับหมื่นคนต่อวัน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มอย่างน้อยวันละ 30 บาท นั้นคือข้าวแกง 1 จาน ของคนยากจน เด็กนักเรียนที่ไม่มีรายได้ ส่วนคนที่อยากให้ย้ายคือ คนที่ใช้รถส่วนตัวไม่เดือดร้อนและเป็นสาเหตุที่รถติด”

หากคณะกรรมการฯและผู้ว่าฯยืนยันให้รถโดยสารทั้งหมดย้ายสถานนีไป บขส.3 เพียงแห่งเดียว ขั้นตอนต่อไป ที่เครือข่ายจะดำเนินการคือ นำเรื่องยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดให้ได้ทราบเรื่อง ปัจจุบันอยู่ในระหว่างรวบรวมปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไปร้องเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป

ยืนยันย้าย บขส.1
​วันที่ 27 พ.ย. 60 ณ ห้องแก่นภูมิ 2 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นทำหน้าทีประธานกรรมการฯ ได้เปิดเผยถึงผลการรวบรวมข้อเรียกร้องและผลกระทบที่ได้รับจากการย้ายไป บขส.3 เพียงแห่งเดียวว่า

​“การปฏิบัติตามประกาศของกรมการขนส่งทางบกได้ทำตามคำพิพากษาของศาลปกครองขอนแก่นเห็นชอบแล้ว และคำสั่งทุเลาให้ใช้ บขส.1 ได้สิ้นสุดลงแล้ว ทางคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามหนังสือเลขที่ 5381/2560 เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 60 ลงนามนายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ไม่มีอำนาจพิจารณาว่าจะให้ย้ายหรือไม่ให้ย้ายหรือให้มี บขส. ขอนแก่นทั้ง 2 แห่ง”

​ต้องดำเนินการตามที่กรมขนส่งทางประกาศให้รถโดยสารทุกเส้นทางย้ายไปใช้ บขส.3 เพียงแห่งเดียวตามเดิมเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามข้อวินิจฉัยที่ศาลปกครองจังหวัดขอนแก่นตัดสินแล้ว อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯจะประมวลผลความเดือดร้อนของผู้เสียหายทั้งหมด เพื่อหาทางช่วยเหลือ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

……..

Facebook Comments