เปิดมุมมองบิ๊กธุรกิจโคราชกับการสร้างรถไฟฟ้ารางเบา

เป็นที่สรุปชัดเจนแล้วว่า ระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) หรือ LRT คือระบบขนส่งสาธารณะที่ชาวโคราชส่วนใหญ่ เลือกว่าเหมาะสมที่สุด ในการจัดทำแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมา โดยสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สังกัดกระทรวงคมนาคม ที่ให้งบประมาณ 43.7 ล้านบาท ว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการอย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จัดทำแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมา ที่ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 14 เดือน (เมษายน 2559-กรกฎาคม 2560) ในโอกาสนี้ขอนำเสนอมุมมองของนักธุรกิจบางส่วน ต่อแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมาในครั้งนี้ ว่ามีมุมมองอย่างไรบ้าง?


เภสัชกรจักริน เชิดฉาย
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หมอยาพลาซ่า จำกัด, อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

“โคราชต้องมองเรื่องระบบขนส่งสาธารณะได้แล้ว เพราะรถยนต์ส่วนบุคคลนั้นเยอะขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้ไขปัญหาของเมืองชั้นในก่อน ดังนั้น LRT จึงเหมาะสมที่สุด”

เภสัชกรจักริน เชิดฉาย

“ในหลายประเทศมีการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ที่เป็นระบบราง ซึ่งจุดเด่นของระบบนี้นั้นมีหลายอย่าง เช่น สามารถเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่กว้างมากนัก และสามารถใช้ร่วมกับรถยนต์ได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีระบบขนส่งสาธารณะแบบไหนที่มีความสมบูรณ์แบบ แต่ละระบบที่นำมาใช้นั้นอาจจะกระทบต่อประชาชนบ้าง บางคนมองว่า ใช้รถส่วนตัวดีกว่าการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แต่ถ้าหากเรามองว่าระบบขนส่งสาธารณะจะเอื้อและอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่เราควรที่จะส่งเสริม สำหรับเรื่องระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของจังหวัดนครราชสีมา หรือ LRT นั้น ผ่านการศึกษาและการทำประชาพิจารณ์หลายรอบ ว่าเป็นระบบที่เหมาะสมกับสภาพของเมืองของจังหวัดนครราชสีมามากที่สุด โดยที่จังหวัดขอนแก่นก็จะใช้ระบบนี้เหมือนกัน เพราะจะสามารถตอบโจทย์ของเมืองที่กำลังพัฒนาได้ หากทุกภาคส่วนร่วมใจกัน ก็จะสามารถพัฒนาเมืองได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเมืองโคราช ต้องมองเรื่องระบบขนส่งมวลชนสาธารณะได้แล้ว เพราะรถยนต์ส่วนบุคคลนั้นเยอะขึ้น การวางระบบจราจรในส่วนที่เป็นมวลชนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเมืองโคราช โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้ไขปัญหาของเมืองชั้นในก่อน ดังนั้น LRT จึงเหมาะสมที่สุด เพราะไม่เพียงแค่ปัญหาด้านการจราจรเท่านั้น แต่ส่งเสริมให้เศรษฐกิจในพื้นที่นั้นๆ ด้วย นั่นก็คือเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจย่านสถานี ในบางพื้นที่ ที่การค้าขายซบเซาอาจจะทำให้เกิดการฟื้นตัวขึ้นมาเลยก็ได้ถ้าเรารู้จักดึงในส่วนที่ดีมาใช้ ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเช่น คนมาไหว้ย่าโมเสร็จแล้วก็ขึ้น LRT เพื่อชมเมือง หรือไปไหว้พระตามวัดต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าระบบรถรางผ่านพื้นที่ตรงไหน อาจจะก่อให้เกิดย่านเศรษฐกิจใหม่ขึ้น เพราะจุดที่ขึ้น-ลงของสถานี จะมีประชาชนมารอขึ้นรถ ก็จะมาซื้อสินค้าของเราก็ได้ ซึ่งบางคนมองว่าจะเป็นจุดแข็งด้วยซ้ำ ที่จะทำให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น จากการที่ประชาชนมารอขึ้นรถ ดังนั้นประโยชน์ของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ต้องส่งเสริมทั้งการจราจร ด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ไม่มีระบบไหนในโลก ที่จะมีกำไรจากการได้เงินค่าโดยสารจากระบบขนส่ง แต่ภาครัฐมองว่า การมีระบบขนส่งมวลชน จะส่งเสริมคุณภาพชีวิต การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในตัวเมืองให้ดีขึ้นนั่นเอง


ไพสิทธิ์ ปิติทรงสวัสดิ์
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา

“หากมองว่า LRT มีประโยชน์ต่อเมือง ก็อาจจะทดลองให้รถเมล์วิ่งตามเส้นทางที่ออกแบบไว้ก่อนเพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้อดี-ข้อเสียก่อนก็ได้”

ไพสิทธิ์ ปิติทรงสวัสดิ์

“รถที่ติดในเมือง จากการศึกษาพบว่า ครึ่งหนึ่ง วิ่งผ่านเมืองไปเลย และ ผู้วิจัย เเจ้งว่า ถ้าวงแหวนเสร็จ รถครึ่งหนึ่งจะไม่เข้าเมือง รถก็จะไม่ติด แต่สำหรับในพื้นที่ในตัวเมืองโคราชนั้นพบว่า ปริมาณรถที่หนาแน่นจะเป็นแค่บางช่วงเวลาเท่านั้น คือช่วงเวลาเช้าและเย็น ดังนั้นในเรื่องของระบบรถขนส่งมวลชนทางรางขนาดเบา (LRT) แม้ว่าจะช่วยลดปัญหารถติดลงได้ แต่อาจจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เพราะใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ทั้งยังไม่สามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาการจราจรของเมืองโคราชได้อย่างแท้จริง โดยปัจจุบันอาจมีหลายทางเลือกให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรที่ใช้งบประมาณน้อยกว่า LRT เช่น รถเมล์ไฟฟ้า ซึ่งอาจจะให้บริการตามเส้นทางปกติในช่วงเช้าและช่วงเย็น ที่มีการจราจรหนาแน่น แต่สำหรับช่วงระหว่างวัน ที่ผู้โดยสารน้อย ก็อาจจะปรับเปลี่ยนวิธีการโดยนำมาพัฒนาเชื่อมกับระบบ แอฟพลิเคชั่น แจ้งตำแหน่งของผู้โดยสายทางมือถือ และสามารถวิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อไปรับผู้โดยสารได้ ซึ่งแน่นอนหากมีการดำเนินการเช่นนั้น จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ทั้งเรื่องกฎระเบียบการจราจรต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกัน  “ทั้งนี้เรื่องการดำเนินการทั้งหมด เราต้องคำนึงถึงประโยชน์ของเมืองเป็นหลัก ทุกหน่วยงาน ควรร่วมกันหารือและศึกษากันอย่างจริงจัง ถึงสิ่งที่ชาวจังหวัดนครราชสีมาจะได้รับ ทั้งเรื่องผลกระทบและงบประมาณ ถ้าหากหลายฝ่ายมองว่าระบบ LRT มีประโยชน์ต่อเมือง ก็อาจจะทดลองให้รถเมล์วิ่งตามเส้นทางของระบบ LRT ที่ออกแบบไว้ก่อนเพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งข้อดี-ข้อเสียอีกครั้งหนึ่งก่อนก็ได้


สุวัฒน์ จึงวิวัฒนาภรณ์
ประธานกรรมการ หจก.คิงส์ยนต์

“LRT ก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าจะดีกว่าจังหวัดอื่น ไม่ใช่ว่าขอนแก่นมี จังหวัดเราก็ต้องมี ผมเป็นห่วงเรื่องความคุ้มค่า”

สุวัฒน์ จึงวิวัฒนาภรณ์

“…ถ้าสร้างแล้วคนไม่นิยมใช้ ก็จะเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า หากคนยังติดกับการใช้รถส่วนตัว ปัญหารถติดที่โคราช ผมมองว่าติดเฉพาะบางช่วงหรือบางเวลา ไม่ได้ติดทั้งวัน ยกตัวอย่างเส้นหน้าโรงเรียน 4 แห่ง (โรงเรียนเมืองนครราชสีมา,วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา,โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา และโรงเรียนสุรนารีวิทยา) ซึ่งจะติดในช่วงรับส่งนักเรียนในช่วงเช้าและเย็นเท่านั้น เรื่องของสถานีต้นทาง มีจุดที่ผู้ใช้บริการสามารถนำรถไปจอดได้หรือไม่ มีระบบขนส่งย่อยที่จะส่งผู้โดยสารถึงเป้าหมาย ในกรณีที่ระบบ LRT ไม่สามารถเข้าถึงหรือไม่ มีความปลอดภัยพอที่ผู้ปกครองจะให้บุตรหลานใช้บริการหรือไม่ อยากให้ Research กลุ่มผู้ปกครองใน 4 โรงเรียนนี้เพิ่มเติมด้วย เพราะถือเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นหลักของเมืองโคราช อีกเรื่องที่มีความเป็นห่วงคือ รถเมล์ รถสองแถวที่บริการอยู่ในปัจจุบัน จะทำอย่างไร จะปรับเปลี่ยนเส้นทางอย่างไร ได้หาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรบ้าง เพราะถือว่าเขาได้รับผลกระทบโดยตรง การมี LRT ก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าจะดีกว่าจังหวัดอื่น ไม่ใช่ว่าขอนแก่นมี จังหวัดเราก็ต้องมี ผมเป็นห่วงเรื่องความคุ้มค่า โคราชต่างจากขอนแก่นตรงที่ขอนแก่นมีคนอยู่หนาแน่นในวงล้อมเส้นทาง LRT และมีเศรษฐกิจที่คึกคักกว่าโคราชมาก จำนวนผู้โดยสารจะมีมาก ส่วนที่โคราชย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยมีการ กระจายไปตามมุมเมืองต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการสร้าง LRT ก็ถือเป็นนโยบายการพัฒนาเมือง ถ้าไม่ทำวันนี้ในอนาคตก็ต้องทำ…”


ภพ ไตรบัญญัติกุล
หจก.ธนพล เอ็นเนอร์จี

“อยากให้ศึกษารายละเอียดให้เยอะๆ เพราะเงินที่เอามาทำคือเงินภาษีของประชาชน เราไม่อยากเห็นซากที่สร้างแล้วไม่ได้ก่อประโยชน์อะไร”

        ภพ ไตรบัญญัติกุล

“ผมเห็นด้วยกับระบบขนส่งสาธารณะ LRT แต่ต้องศึกษาผลกระทบอย่างอื่นที่จะตามมาในหลายๆด้านด้วย และเมื่อสร้างแล้ว เราต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้น่าใช้ ให้มีคนอยากใช้ ไม่ใช่ใช้เพราะไม่มีทางเลือก เหมือนกับทุกวันนี้โคราชไม่มีรถเมล์มีแต่รถสองแถว คนโคราชจึงไม่มีตัวเลือก โคราชก่อนเคยมีรถเมล์แต่ไปไม่รอด ผมไม่อยากให้ LRT เป็นภาคต่อของรถเมล์ มุมมองการแก้ปัญหาจราจร ผมมองเหมือนฮาร์ดแวร์กับซอฟเวร์ ฮาร์ดแวร์คือ ถนนว่ามีมากน้อยเพียงพอหรือไม่ มีการสร้างเพิ่มเติมหรือไม่ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ รถ เช่น รถสองแถว รถเมล์ และรถไฟรางเบา LRT ที่กำลังจะนำมาใช้นี้ ส่วนซอฟแวร์ ก็คือการจัดการระบบการจราจรอย่างเป็นระบบ เช่น ระบบไฟสัญญาณ การมีวินัยในการขับขี่ การปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ต้องไปด้วยกัน เรื่องซอฟแวร์ผมว่าเราเริ่มได้เลยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาคุยกัน อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนจากใช้รถส่วนตัวมาเป็นระบบขนส่งสาธารณะ ที่กรุงเทพฯอาจจะใช่เพราะรถติดมาก แต่ที่โคราชยังไม่ใช่ แต่ถ้าเราจะรอให้ถึงวันนั้นแล้วค่อยทำมันก็จะยิ่งหนัก ก็โอเคที่จะต้องทำรอไว้ก่อน คือคนที่วางแผนเขาจะต้องมองไปถึงอนาคต คือทำก่อนที่ปัญหามันจะเกิด ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่อยากให้ศึกษารายละเอียดให้เยอะๆ เพราะเงินที่เอามาทำคือเงินภาษีของประชาชน เราไม่อยากเห็นซากที่สร้างแล้วไม่ได้ก่อประโยชน์อะไร เหมือนป้ายรถเมลที่เป็นเหมือนอนุสาวรีย์อะไรซักอย่าง ส่วน มทส.ก็เป็นมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ที่รู้จักโคราชดี เขาก็ต้องทำเต็มที่ “เรื่องปัญหาความปลอดภัยต่างๆ การใช้บริการตอนดึกๆ ปัญหาการก่ออาชญากรรม ที่ปัจจุบันมีให้เห็นอยู่เป็นประจำ สิ่งเหล่านี้ต้องให้ความสำคัญ เรื่องความสะดวกมันสำคัญก็จริง แต่เรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้บริการผมว่ามันก็สำคัญเช่นเดียวกัน”

 


 

อรชัย ปุณณะนิธิ
กรรมการผู้จัดการโรงแรมปัญจดารา, อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา

“สิ่งที่ผมอยากเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้คือ สนข.ควรทดลองวิ่ง ก่อนที่จะลงมือก่อสร้างจริง เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของทุกคน”

       อรชัย ปุณณะนิธิ

“LRT ถือว่าเป็นระบบใหม่ที่ชาวโคราชยังไม่เคยเห็น ที่เราคิดว่าจะดีกว่าในระบบอื่นๆ แต่ผมคิดว่าก่อนที่เราจะลงทุนซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้าน ถ้าเราจะทดลองวิ่งก่อน ในทั้ง 3 เส้นทาง คือ สีเขียว สีส้ม และสีม่วง เพื่อเก็บข้อมูลว่าเหมาะสมหรือไม่ หากทดลองวิ่งแล้วผลตอบรับดี ผมว่าผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะวิ่งตามเส้นทางก่อนที่จะสร้างของจริง และในอนาคตหากห้างเซ็นทรัลเปิด ผมว่าชุมชนเมืองจะเปลี่ยนอีกเยอะ การโยกย้ายถ่ายเทของคนจะเปลี่ยนไป จุดเริ่มต้นและเป้าหมายของการเดินทางก็จะเปลี่ยนไป ทุกวันนี้การค้าขายในเขตกำแพงเมืองด้านใน สังเกตจากการประกาศเซ้ง ขาย หรือให้เช่าให้เห็นอยู่มากมาย แสดงว่าเมืองจะเริ่มเปลี่ยนแปลง ระบบขนส่งมวลชนต้องรองรับความเป็นไปได้ในอนาคต ระบบขนส่งมวลชนต้องรองรับชุมชนหรือคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่รองรับคนในเมือง เพราะว่าภารกิจในเมืองมันน้อยลง ร้านค้าทุกวันนี้ไปอยู่ตามห้างสรรพสินค้าหมด จะมีร้านค้าเฉพาะอย่าง เช่น ร้านแหอวน เครื่องสังฆภัณฑ์ ซึ่งในห้างไม่มี โคราชเป็นเมืองที่ไม่ได้วางแผนเตรียมการที่จะรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้นำ ถึงจะมีหอการค้า สภาอุตสาหกรรม แต่ก็ยังแข็งแรงไม่พอ เพราะองคาพยพในการพัฒนาเมืองต้องมี 3 ส่วน 1.ภาคประชาชน 2.องค์กรภาคเอกชน และ 3.ภาคการเมืองหรือผู้บริหารท้องถิ่น โคราชปราศจากพลัง คนโคราชหวังให้ สนข.หรือคนอื่นมาช่วยคิดให้ การพัฒนาเมืองเป็นไปตามสภาพ ตามยถากรรม “สิ่งที่ผมอยากเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้คือ สนข.ควรทดลองวิ่งก่อนที่จะลงมือก่อสร้างจริง เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของทุกคน ถึงแม้จะมาจากรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาคนโคราชถือว่ามีส่วนร่วมกับโครงการนี้มากอยู่แล้ว”

 


 

ชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท นครชัย 21 จำกัด

“การแก้ไขปัญหา ต้องให้จบในหน้ากระดาษ ก่อนลงมือทำ”

ชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์

 

ขอบคุณภาพและข่าว

โคราชโฟกัส

“ถือเป็นเรื่องดีหากจะมีการสร้างระบบขนส่งมวลชน LRT ผมเห็นด้วยตั้งแต่แรก เพราะเป็นระบบที่ไม่กินผิวจราจรเดิมมากนัก การเข้าถึงมีความสะดวก ถึงแม้จะไม่ใช่การเข้าถึงทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเหมาะสม มีความรวดเร็วและปลอดภัย งบประมาณไม่สูงมาก และเส้นทางครอบคลุม แต่ขอเพิ่มเติมว่า สถานีทั้ง 3 เส้นทาง ในการเข้าถึงต้นทางมีความสะดวกหรือไม่ มีที่จอดรถเพียงพอและปลอดภัยหรือไม่ ไม่ใช่รองรับเฉพาะคนที่ไม่มีรถส่วนตัวเท่านั้น แต่ต้องตอบสนองทุกคนและต้องมีระบบส่งต่อ เช่น รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ตุ๊กๆ …จริงอยู่ในการทำอะไรที่เป็นการเปลี่ยนแปลงอาจจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทำแล้วอาจมีปัญหา แต่ปัญหาเราก็ต้องมาดูว่าจะแก้อย่างไร ไม่ใช่พอมีผลกระทบแล้วบอกว่าทำไม่ได้ เพราะเป้าหมายคือการพัฒนา การแก้ไขปัญหาต้องให้จบในหน้ากระดาษก่อนลงมือทำ… อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ การสร้างวินัย คือต้องไม่เอาสะดวกแต่ส่วนตัว ต้องให้สังคมสะดวกด้วย ไม่ใช่อยากขึ้นรถเมล์ตรงไหนก็โบก อยากลงตรงไหนก็กดกริ่ง เพราะสุดท้ายก็ทำให้สังคมไม่มีวินัย พอสร้างอะไรที่จะต้องขึ้นลงตามสถานี คนก็จะไม่ใช้ เพราะจะบอกว่าไม่สะดวก ทั้งๆที่จริงแล้วมันสะดวกมากในสังคม หมายถึงไม่ใช่สะดวกคนเดียว เราเสียสละเดินเข้าบ้านอีก 300 เมตร เพื่อลงรถเมล์ในจุดจอด นี่ต่างหากที่เรียกว่าสะดวกของสังคม เป็นการสะดวกโดยรวม ทุกคนแชร์ความสะดวกของตัวเองเล็กน้อย เดินเล็กน้อยเพื่อไปจุดรอรถเมล์เพื่อขึ้นจุดเดียวกัน ก็จะคุมรถได้ คุมความปลอดภัยได้ คุมระยะเวลารถวิ่ง คุมการแข่งขันได้ คือสะดวกเหมาะสม ไม่ใช่สะดวกตามใจฉัน ถ้าเช่นนั้นสร้างอะไรก็แก้ไม่ได้ เลือกเอาว่าจะเอาถูกต้อง หรือถูกใจ”

Facebook Comments