ผ่าทางตันโรงงานกระทิงแดงขอนแก่น

ชาวบ้านย้ำชัดไม่ค้านตั้งโรงงานกระทิงแดงขอนแก่น ติงรุกป่าสาธารณะห้วยเม็กเตรียมศึกษาการทางออกอยู่ร่วมกัน หอฯพร้อมหนุนหาทางออกร่วม หวั่นประชาชนเสียโอกาส แนะทำตามกฏหมายจบทุกปัญหา

จากความคิดเห็นที่หลากหลาย ด้วยเหตุผลที่แตกต่าง กรณีสร้างโรงงานกระทิงแดงขอนแก่นในนาม บริษัท เคทีดี พร็อบเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และการขอเช่าพื้นที่ป่าสาธาณะห้วยเม็ก ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 3,000 ล้านบาท สามารถจ้างงานคนท้องถิ่นได้มากว่า 1,000 อัตรา และสามารถสร้างรายได้ให้จังหวัดขอนแก่นประมาณปีละ 10,000 ล้านบาท ได้ประกาศยุติ โครงการฯ   ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นที่มีความร่วมมืออย่างหลากหลาย อาทิ โครงการรถไฟฟ้ารางเบา ศูนย์ประชุมระดับชาติที่จะเปิดให้บริการส่งเสริมเมืองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการหรือไมซ์ซิตี้ และอีกหลายๆ โครงการ กลับกลายเป็นห้วงเวลาการพัฒนาจังหวัดขอนแก่นบนความขัดแย้ง สร้างความสับสนให้แก่หลายฝ่าย เกิดข้อถกเถียงมากมาย

ด้วยเหตุนี้หนังสือพิมพ์อีสานบิซวีคจึงได้จัดเสวนาเรื่อง “ผ่าทางตัน โรงงานกระทิงแดงขอนแก่น” ณ หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 11 ต.ค. 2560 เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงและค้นหาทางออกร่วมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมี 1.นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น 2.นายชูชาติ ผิวสว่าง รองประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น  3.นายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว ทนายความ 4.ส.ต.อ.สมัย สายอ่อนตา ประธานกลุ่มรักพัฒนาบ้านดง เข้าร่วมเสวนา  และมีนายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ บรรณาธิการอำนวยการหนังสือพิมพ์อีสานบิซวีค เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

 

ชาวบ้านค้านรุกป่า

นายชูชาติ ผิวสว่าง รองประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า พรบ.องค์กรชุมชนก่อตั้งในปี 2551 มีกลไกทำงานในระดับชาติและในท้องถิ่น มีกฎหมายรองรับ ทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาตั้งแต่ระดับตำบล จังหวัด และระดับชาติ ในพื้นที่ตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พบการดำเนินการขอเช่าพื้นที่ป่าสาธารณะ จึงได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอแนะการพัฒนาในท้องถิ่นตามมาตรา 21 พร้อมกับส่งข้อเสนอแนะการพัฒนาต่อผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา 27 และเสนอแนะการพัฒนาต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 32 ซึ่งเป็นภารกิจที่บัญญัติไว้ชัดเจนใน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน

จากนั้นสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงและสภาองค์กรชุมชนใกล้เคียงได้หารือและสรุปประเด็นปัญหากรณีการขอเช่าป่าสาธารณะ ก่อนนำข้อค้นพบเข้าสู่ที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด โดยมีมติเห็นร่วมกันว่าควรคัดค้านการใช้ป่าสาธารณะเพราะเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน และได้ยืนหนังสือต่อนายอำเภออุบลรัตน์และผู้ว่าราชการจังหวัดในวันที่ 8 ก.พ. 2559 นายชูชาติ กล่าวและว่า

“เนื้อหาในการหารือร่วมกับนายอำเภอมิได้เป็นการคัดค้านการตั้งโรงงานฯแต่อย่างใด หากแต่หารือเรื่องการขอเช่าป่าสาธารณะซึ่งเป็นป่าที่ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยจังหวัดได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการเช่าพื้นที่ แต่ในวันที่ 1 มิ.ย. 2560 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ลงนามให้เช่าพื้นที่ ชาวบ้านดงซึ่งนำโดยนายไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง รู้สึกไม่สบายใจต่อการดำเนินการ จึงส่งหนังสือร้องเรียนต่อ  นายกรัฐมนตรีโดยอาศัยมาตรา 32”

ในช่วงต้นปี 2560 ศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้ให้คำตอบว่ามีการเช่าพื้นที่ป่าสาธารณะระยะ       5 ปี โดยบริษัทลูกกระทิงแดงจริง เพื่อทำเป็นอ่างเก็บน้ำและมีการแผ้วถางป่า ประชาชนจึงได้รวมตัวกันและค้นหาหนทางและศึกษาการแก้ปัญหาร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นโดยมีรศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง เป็นหัวหน้าคณะศึกษาการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและโรงงาน

นายชูชาติ กล่าวต่อว่า ตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันของโรงงานหรือหน่วยงานอื่นๆ กับชุมชนมีอยู่หลายกรณีให้ศึกษา และคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ต้องให้ความสำคัญเข้ามาสำรวจพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านในการหาทางออก แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ยังไม่ได้เกิดกระบวนการเหล่านี้ และทางบริษัทฯได้ประกาศยุติโครงการฯและประกาศย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน

“การสร้างโรงงานฯอาจจะแบ่งเป็น 10 โซนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกันทั้งหมด หรือพื้นที่ป่าสาธารณะเปิดทางให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน มีหนทางการการอยู่ร่วมกันตั้งมากมายทำไมไม่ร่วมกันค้นหาทางออก ยกตัวอย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังทำอุโมงค์เชื่อมฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่นยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเปิดทางให้แก่ชุมชน”

ประชาชนเสียโอกาส

ส.ต.อ.สมัย สายอ่อนตา กลุ่มรักพัฒนาบ้านดง กล่าวว่า ต้นตอของปัญหาคือข้อกฎหมายที่นำมาซึ่งความขัดแย้งในพื้นที่ ทุกฝ่ายต่างยึดข้อกฎหมายเพื่ออธิบายเป็นหลัก แต่ไม่ได้ยึดถือหลักความเป็นจริงที่สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ และหลักการของการอยู่ร่วมกัน จึงเกิดปัญหาและมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ตนได้อยู่ในกระบวนการทำประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้ามาตั้งโรงงาน ตั้งแต่เริ่มแรกและได้รับฟังถึงข้อเสนอในการสับเปลี่ยนเส้นทางสาธารณะ และมีตัวแทนที่คัดค้านเข้าร่วมด้วยแต่ก็ไม่มีการคัดค้านในการทำประชาคมครั้งนั้นแต่อย่างใด ส.ต.อ.สมัย กล่าวและว่า

“อีกทั้งยังได้ประสานชาวบ้านที่คัดค้านการให้เช่าป่าสาธารณะห้วยเม็กว่า มีเอกสารยืนยันเรื่องการทำประชาคมว่ามีอยู่จริง ไม่ได้ปลอมแปลงขึ้นแต่อย่างใด ให้มาหารือและทำความเข้าใจหาทางออกร่วมกันก่อนในระดับท้องถิ่น”

ส.ต.อ.สมัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามตนไม่เห็นแย้งกับการคัดค้านการให้เช่าป่าสาธารณะ เพราะชุมชนมีสิทธิในการหวงแหนผลประโยชน์ของชุมชน แต่การประกาศยุติโครงการฯ      ตนมองว่าทำให้ประชาชนเสียโอกาส

“ในข้อตกลงระหว่างบริษัทลูกกระทิง ได้ระบุชัดว่าจะมีการจ้างงานในชุมชน พร้อมกับได้ส่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกตามสาขาที่ตนถนัดไปเรียนรู้ประสบการณ์และเตรียมบรรจุเข้าทำงานกว่า 200 อัตรา ภายหลังที่โรงงานเปิดทำการ นอกจากนี้ยังมีผู้รอสมัครงานร่วม 3,000 คน เพื่อเข้าทำงานในโรงงาน ผมมองว่าชาวบ้านเสียโอกาสหลังโรงงานกระทิงแดงประกาศย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน”

หอฯหนุนแก้ปมขัดแย้ง

นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ตนในฐานะองค์กรเอกชนที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการประสานงานองค์กรการค้าในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อยากเห็นการลงทุนที่มีคุณภาพ ทุกฝ่ายมีความสุข สร้างรายได้ให้กับจังหวัดขอนแก่น และต้องอยู่บนพื้นที่ฐานความถูกต้อง  หอการค้าจังหวัดขอนแก่นยินดีเป็นตัวกลางในการประสานงานให้เกิดการอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนและโรงงานอย่างยั่งยืน มีหนทางในการแก้ไขปัญหามากมาย เช่น การชดเชยที่เหมาะสม การเปิดเส้นทางสาธารณะใหม่ให้ชาวบ้าน นายเข็มชาติ กล่าวและว่า

“ผมอยากสะท้อนให้เจ้าของบริษัท เคทีดี พร็อบเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือบริษัทกระทิงแดง ได้เห็นความสำคัญของหอการค้าจังหวัดขอนแก่น สภาอุตสาหกรรม สภาองค์กรชุมชน หรือภาคประชาสังคม ด้วย หากเราได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เราพร้อมช่วยหาทางออก หอการค้าขอนแก่นยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มี           ผู้ประกอบการมาลงทุนสร้างรายได้เป็นหมื่นล้าน สามารถเก็บภาษีในท้องถิ่นได้ และยังเกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย รวมถึงร้านค้า ร้านข้าวแกง วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หอพัก บ้านจัดสรร ล้วนเป็นเรื่องที่ดี”

นายเข็มชาติ กล่าวต่อว่า หนทางแก้ไขปัญหาต้องเริ่มต้นจากการพูดคุยทุกภาคส่วน เริ่มต้นแก้ไขปัญหาจากปมเล็กๆ ที่มีการกระทบกระทั่งทางความรู้สึกหันหน้ามาร่วมมือกันหาทางออกในบรรยากาศแห่งความเป็นกัลยานมิตร บริษัทกระทิงแดงเป็นบริษัทระดับโลกดำเนินธุรกิจมายาวนานหลายประเทศ ตนเห็นว่าบริษัทมีประสบการณ์ที่จะแก้ไขและรับมือกับปัญหาได้อย่างแน่นอน อีกทั้งจะเป็นตัวอย่างให้กับธุรกิจอื่นๆ ที่จะเข้ามาตั้งโรงงานหรือดำเนินธุรกิจอื่นๆ ในจังหวัดขอนแก่น

“ส่วนเจ้าบ้าน คนขอนแก่นทุกๆ คน ก็ควรที่จะสร้างบรรยากาศต้อนรับคนต่างถิ่นที่จะเข้ามาพัฒนาบ้านเมืองของเราให้ประชาชนมีรายได้ ให้สมกับการที่จังหวัดขอนแก่นจะเป็นฮับของประเทศเออีซี เป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน”

นายเข็มชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับเรื่องมลพิษ น้ำเสีย หรือปัญหาอื่นๆ ตนมองว่าปัจจุบันมีหน่วยงานราชการควบคุมปัญหาเหล่านี้อย่างแข็งขันทั้ง กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงาน สิ่งแวดล้อมภาคฯ  ส่วนโรงงานที่เคยสร้างปัญหาให้ชุมชนในอดีตทั้งโรงงานกระดาษ โรงงานสุรา ต่างก็ได้รับการแก้ไขปัญหาไปในทิศทางที่ดีและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโรงงานได้ มีธรรมภิบาลในการจัดการปัญหา มิใช่ลงทุนแล้วเอาแต่ได้ ตนขอใช้คำว่า “การลงทุนแบบ       มักง่าย” ดังเช่นสมัยก่อนปัจจุบันไม่มีแล้ว

อีกทั้งยังสามารถยกระดับการควบคุมปัญหาที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อชุมชนให้สามารถจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการเชิญโรงงานที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้นตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อคอยสอดส่องดูแลนั้นก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการร่วมมือกันแก้ปัญหา

ทำตามกฎหมายจบทุกปัญหา

นายคุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว ทนายความ กล่าวว่า ต้นตอของปัญหากรณีก่อสร้างโรงงานงานกระทิงแดงขอนแก่นที่ทำให้ไปต่อไม่ได้คือข้อกฎหมาย นอกจากนี้ตนพบเรื่องที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 มีหลักการประการหนึ่งที่สำคัญคือให้สิทธิชุมชน และ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนที่ประกาศใช้ในปี 2551 ได้ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิชุมชนและทำหน้าที่เสนอแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กฎหมายฉบับนี้ได้ทำหน้าที่รับใช้ประชาชน

ข้อกฎหมายที่สำคัญและเกี่ยวกับการใช้ที่ดินคือ มาตรา 9 ของประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543 ที่กระทรวงมหาดไทยใช้เป็นหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุญาตให้เช่าป่าสาธารณะตามข้อ 22 (2) ว่า ที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าว มีสภาพแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว อีกทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ราษฎรในพื้นที่ สภาอบต. พิจารณาแล้ว เห็นควรอนุมัติ กับได้มีการประกาศการขออนุญาตใช้ที่ดินแล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ทั้งนี้ ระเบียบมหาดไทยฉบับเดียวกัน ข้อ 23 (3) กำหนดว่า ในแต่ละจังหวัดจะอนุญาตให้ได้ต้องไม่เกิน 10 ไร่ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร ซึ่งเหตุอันสมควรที่อนุมัติที่ดิน 31 ไร่ ให้เอกชนในครั้งนี้ คือป่าชุมชนอยู่กึ่งกลางในเขตพื้นที่โรงงาน และบริษัทมีความจำเป็นในการขยายโรงงาน นายคุ้มพงษ์ กล่าวและว่า

“แต่ข้อเท็จจริงคณะกรรมการชุมชนได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโชยชน์เมื่อปี 2526 และได้มีการอนุรักษ์เป็นป่าชุมชน เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ต่อมาบริษัทได้เข้าไปซื้อที่ดินบริเวณโดยรอบป่าชุมชุน ตั้งแต่ช่วงปี 2555 และขอใช้ที่ดินเพื่อขยายโรงงานช่วงปี 2558 ซึ่งเรื่องคาราคาซังเรื่อยมา ถูกคัดค้านจากสภาองค์กรชุมชน ต.บ้านดง มาตลอด ก่อนที่ มท.1 จะอนุมัติให้ใช้ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อใช้ในกิจการของเอกชน ผมเห็นว่าไม่สอดคล้องกับเหตุผลการอนุมัติให้เช่าป่าสาธารณะห้วยเม็ก”

และประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 8 (2) ระบุถึง การยกเลิกหรือไม่มีความจำเป็นในการใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะว่า  ที่ดินที่ใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ไดหวงหามหรือสงวนไวตามความตองการของทบวงการเมืองใด ถาทบวงการเมืองนั้นเลิกใชหรือไมตองการหวงหามหรือสงวนตอไป  เมื่อไดมีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพแลว คณะรัฐมนตรีจะมอบหมายใหทบวงการเมืองซึ่งมีหนาที่เปนผูใชหรือจัดหาประโยชนก็ได แตถาจะโอนตอไปยังเอกชน ใหกระทําโดยพระราชบัญญัติ  หากจะนําไปจัดสรรเพื่อประชาชนตามประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ใหกระทําโดยพระราชกฤษฎีกา

การตราพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีการตามวรรคสองใหมีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบทายพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกานั้นดวย หมายความว่าหากจะยกที่ดินสาธารณะให้เอกชนต้องกระทำโดยการออกพระราชญัติเท่านั้น ท้องถิ่น นายอำเภอ ผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจออกใบอนุญาต และทุกฝ่ายไม่ได้กล่าวถึง ไม่ให้ความสำคัญกับบทบัญญัตินี้จึงทำให้เกิดปัญหา และการทำประชาคมเพื่อสร้างถนนเส้นอื่นทดแทนเส้นที่เป็นที่ดินสาธารณะก็มิอาจทำได้โดยท้องถิ่นต้องออกเป็นพระราชบัญญัติเช่นกัน       นายคุ้มพงษ์ กล่าวและว่า

“การออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน โดยโรงงานกระทิงแดงขอนแก่นจัดเป็นโรงงานในหมวด 3 ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 50 แรงม้า ต้องมีที่ตั้งโรงงานห่างจากพื้นที่สาธารณะอย่างน้อย 100 เมตร แต่ในขั้นตอนการขออนุญาตต้องกันพื้นที่โรงงานให้ห่างจากพื้นที่สาธารณะอย่างน้อย 500 เมตร ซึ่งขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ว่าป่าสาธารณะห้วยเม็กตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างพื้นที่ของโรงงาน คำถามก็คือ ได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานมาได้อย่างไร”

สำหรับทางออกที่โรงงานงานกระทิงแดงจะสามารถกลับมาตั้งโรงงานที่จังหวัดขอนแก่นได้อีกครั้งคือ ต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่การออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน  เพราะทุกฝ่ายไม่ได้ค้านการเข้ามาโรงงานเพียงแต่ต้องทำให้ถูกหลักเกณฑ์ข้อกฎหมายที่ระบุไว้ชัด เพื่อเป็นบรรทัดฐานสำหรับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่จะมาดำเนินการในจังหวัดขอนแก่น นายคุ้มพงษ์ กล่าว

Facebook Comments