อธิบดีกรมท่าอากาศยาน

อธิบดีกรมท่าอากาศยานเชื่อศักยภาพสนามบินขอนแก่นโตต่อเนื่อง ทุ่ม 2,250 ล้านปรับโฉม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นผู้ใช้บริการยกระดับความปลอดภัยเครื่องคัดกรองวัตถุระเบิด คาดเสร็จปี 63

Related image

วันที่ 6 ก.ย. 60 เวลา 10.30 น.นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน พร้อมด้วย นายเกียรติ ชัยเรืองยศ วิศวกรไฟฟ้าชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติราชการ ผอ.กองแผนงาน กรมท่าอากาศยาน ว่าที่ร้อยตรี อัธยา ลาภมาก ผอ.ท่าอากาศยานขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวถึงการพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่นเกี่ยวกับ โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ โครงการก่อสร้างขยายลานจอดเครื่องบินหรือหลุ่มจอด และโครงการแก้ไขข้อบกพร่องด้านการรักษาความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานขอนแก่น

นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ท่าอากาศยานขอนแก่น หรือสนามบินขอนแก่น อยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นไปทางทิศตะวันตกประมาณ 8 กม. พื้นที่สนามบิน 1,113 ไร่ ขนาดความยาวทางวิ่ง 45 คูณ 3,050 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่สุด คือ B 747 ขนาดลานจอดเครื่องบิน 143 คูณ 300 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาด B737 ได้ 5 ลำ ในเวลาเดียวกัน และรองรับการจอดอากาศยานเที่ยวบินไม่ประจำ ฉุกเฉิน และค้างคืนได้ 6 ลำ

ด้านอาคารที่พักผู้โดยสาร สามารถรองรับผู้โดยสารขาเข้าและขาออกในชั่วโมงคับคั่งได้ 1,000 คนต่อชั่วโมง หรือ 2.4 ล้านคนต่อปี ลานจอดรถยนต์ สามารถจอดได้ 160 คัน ในปัจจุบันท่าอากาศยานขอนแก่นมีสายการบินให้บริการจำนวน 5 สายการบิน และมีจำนวนเที่ยวบิน วันละ 20 เที่ยวบินต่อวัน โดยมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งปี 2559 มีปริมาณผู้โดยสารจำนวน 1,499,823 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า หากเทียบจากปี พ.ศ.2556 ที่มีปริมาณผู้โดยสารจำนวน 593,210 คน

นายดรุณ แสงฉาย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมท่าอากาศยานเห็นว่าขอนแก่นเป็นจังหวัดใหญ่ในภาคอีสาน โดยมีแนวโน้มที่จะมีผู้โดยสารเติบโตตลอดเวลาจากล้านคนเศษมาเป็น 2-3 ล้านคน นอกจากนี้ ขอนแก่นเป็นจุดตัดเชื่อมต่อหลายจังหวัดในภาคอีสาน และประเทศติดชายแดนแม่น้ำโขง พร้อมกับมีนักลงทุนจากส่วนกลางได้เข้ามาลงทุนในขอนแก่นจำนวนมาก และยังเป็นศูนย์กลางของการศึกษา และการแพทย์ในภาคอีสานอีกด้วย กรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารให้ทันกับการเจริญเติบโตของ จ.ขอนแก่น โดยงบประมาณปี 2561 จะมีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่นด้วยเงินงบประมาณ 2,250 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พร้อมอาคารจอดรถผู้โดยสาร

ส่วนปี 2562 จะดำเนินโครงการก่อสร้างขยายลานจอดเครื่องบิน จำนวน 6 ลู่ ทั้งสองโครงการจะดำเนินการเสร็จสิ้นในปลายปี 2563 และในปี 2564 ท่าอากาศยานขอนแก่นก็จะดำเนินการบริการประชาชนให้เกิดความสะดวกสบายในการมาที่ จ.ขอนแก่น ตามเป้าที่วางไว้โดยจะรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น คือ 2,000 คน/ชั่วโมง หรือ 2.5 ล้านคนต่อปี

สำหรับการนำเทคโนโยลีเข้ามาช่วยในการคัดกรองวัตถุต้องสงสัยและวัตถุระเบิดนั้นเป็นเรื่องที่ทุกสนามบินที่กรมท่าอากาศยานดูแลนั้นให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยปัจจุบันได้นำเครื่องคัดแยกกระเป๋าผู้โดยสารทั้งที่นำติดตัวและฝากไว้ใต้ท้องเครื่องบินมาใช้ เมื่อมีวัตถุระเบิดในกระเป๋าต้องสงสัยจะถูกคัดแยกออก ซึ่งเป็นการสร้างความให้ผู้มาใช้บริการเกิดความเชื่อมั่น

ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัจจุบันสนามบินขอนแก่น มีจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการทั้งขาเข้าและขาออก รวมกว่า 3,500 คนต่อวัน จากการเปิดให้บริการของสายการบินพาณิชย์ 4 สายการบิน ประกอบด้วย ไทยสมายล์ ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ และกานต์แอร์ รวมไปถึงเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ ครอบคลุมทุกเส้นทางและเชื่อมต่อภูมิภาคของไทยทั้งหมด ทั้งจากสถานีต้นทางที่สนามบินสุวรรณภูมิ,สนามบินดอนเมือง,สนามบินเชียงใหม่และสนามบินหาดใหญ่ โดยมีเที่ยวบินให้บริการมากถึง 18 เที่ยวบินต่อวัน ถ้านับรวมไปและกลับ คือ 36 เที่ยวบิน เฉลี่ยการทำการบินในทุก 45 นาที

ขณะที่แผนการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ลานจอดเครื่องบิน รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ นั้น กระทรวงคมนาคมได้มีการอนุมัติงบประมาณในการศึกษาออกแบบ โดยขณะนี้บริษัทที่ถูกว่าจ้างได้มีการนำเสนอการออกแบบอาคาร หรือเรียกว่าการก่อสร้างระยะที่ 2 จากเดิมที่มีอยู่คือ อาคารทำการบิน 1 อาคารเท่านั้น รูปแบบใหม่จะเป็นอาคาร 3 อาคาร แยกเป็น อาคารจอดรถ 7 ชั้น อาคารสำนักงานและพิธีการบิน ซึ่งจะเป็นอาคารตรงกลางความสูง 3 ชั้น และอาคารผู้โดยสารต่างประเทศ รวมทั้งที่ตั้งของสำนักงานสายการบินและสำนักงานของกรมท่าอากาศยานประจำจังหวัดขอนแก่น

ซึ่งจะเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ติดกัน “อาคารหลักที่ใช้ปฏิบัติการการบินนั้นจะมีความสูง 3 ชั้น เป็นอาคารเดิมที่ตั้งอยู่แต่จะมีการขยายการก่อสร้างในระยะที่ 2 ออกไป โดยใช้บันไดเลื่อนที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นกึ่งกลางของอาคารผู้โดยสารใหม่ทั้งหมด และจะมีการเวนคืนพื้นที่ด้านข้าง ซึ่งปัจจุบันเป็นอาคารบ้านพักของเจ้าหน้าที่ออกไปทั้งหมด ทั้งนี้ 3 ชั้น ที่ใช้ในการปฏิบัติการบินและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารนั้นจะแยกเป็นชั้นที่ 1 เป็นอาคารผู้โดยสารขาเข้า, ชั้นที่ 2 เป็นอาคารผู้โดยสารขาออก จุดนี้จะมีการก่อสร้างเคาน์เตอร์เช็กอินทั้งหมด 24 จุด เพื่อให้บริการแก่สายการบินพาณิชย์ได้ครบและสมบูรณ์แบบที่สุด รวมทั้งการเพิ่มที่พักผู้โดยสารหลังจากตรวจบัตรโดยสารไปแล้ว

โดยจะสอดคล้องกับหลุมจอดเครื่องบิน คือ 6 หลุมจอด และ 6 GATE นอกจากนี้ ยังคงจะมีการเพิ่มที่ทำการของศุลกากรและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจท้องที่ที่จะต้องมาปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ให้แยกออกเป็นสัดส่วนและสามารถให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างสะดวกสบายและครอบคลุมที่สุด” ว่าที่ ร.ต.อัธยากล่าว

 

 

Facebook Comments