ชิงคณบดีคณะแพทย์มข. อธิการกิตติชัยยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

เมื่อปรากฏชื่อ บุคคลที่เข้าชิงตำแหน่งคณบดีคณะแพทย์ฯคนใหม่แล้ว เส้นทางของ รศ.นพ.ชาญชัย อาจไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจในครั้งแรก

วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ที่จะถึงนี้ คณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะได้รับฟังวิสัยทัศน์ผู้ได้รับการพิจารณาให้เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯจำนวน 3 คนได้แก่ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะ  รศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ศ.นพ.บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น  วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ที่จะถึงนี้ คณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะได้รับฟังวิสัยทัศน์ผู้ได้รับการพิจารณาให้เข้าสู่กระบวนการสรรหาฯจำนวน 3 คนได้แก่ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะ  รศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ศ.นพ.บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น

คณะแพทย์ศาสตร์ เป็นคณะใหญ่ที่เริ่มก่อตั้งในปี 2511 (สภาการศึกษาแห่งชาติอนุมัติเป็นคณะปี 2515) มีจำนวนบุคลากรมากที่สุดในมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเฉพาะบุคลากรที่สังกัดโรงพยาบาลศรีนครินทร์ และศูนย์หัวใจสิริกิตต์ สัดส่วนรายได้จากคณะแพทย์ศาสตร์ มีมากถึงปีละกว่าห้าพันล้านบาทต่อปี หรือกว่ากึ่งหนึ่งของงบรายได้ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเลยทีเดียว

นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เป็นเมดิคัลฮับ หรือศูนย์กลางทางการแพทย์แห่งภูมิภาคที่จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านจึงมีนัยยะและความสำคัญอย่างมากสำหรับการได้มาซึ่งผู้บริหารคนใหม่

ก่อนหน้าที่รายชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ จะปรากฏออกมา หลายคนเชื่อว่าเส้นทางในการก้าวสู่ตำแหน่งคณบดีฯสมัยที่สองของ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะ นั้นไม่น่าจะมีปัญหาเนื่องเพราะการยอมรับในเชิงการบริหารที่เป็นไปแบบราบรื่นประกอบกับบุคลิกส่วนตัวที่สุภาพนุ่มนวล

มีการมองไกลไปถึงว่ารศ.นพ.ชาญชัย นี่แหละเป็นบุคคลที่จะเป็นความหวังของคณะแพทย์ศาสตร์ในการก้าวไปนั่งเก้าอี้อธิการบดีม.ขอนแก่นต่อจาก รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีคนปัจจุบัน ที่จะลงจากตำแหน่งในวาระที่สองในช่วงปลายปี 2561 เป็นการกอบกู้ศักดิ์ศรีของคณะแพทย์ฯที่ร้างลาจากตำแหน่งอธิการบดี ม.ขอนแก่น ผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยมายาวนานนับแต่ ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ หมดวาระในวันที่ 14 กันยายน 2539 หากไม่นับ รศ.นพ.สุชาติ อารีมิตร เข้ามารักษาการอธิการบดี ม.ขอนแก่น ระหว่าง 20 กันยายน 2541-5 กุมภาพันธ์ 2542 นับได้ 21 ปี

ทว่า…เมื่อปรากฏชื่อ บุคคลที่เข้าชิงตำแหน่งคณบดีคณะแพทย์คนใหม่แล้ว เส้นทางของ รศ.นพ.ชาญชัย อาจไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจในครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการลงคะแนนหยั่งเสียงของบุคลากรทั้งสายอาจารย์และสายสนับสนุนผลออกมาไม่ได้แตกต่างกันมาก

“ผลการหยั่งเสียงคะแนนที่ออกมาไม่ได้แตกต่างกันเลยทั้ง 3 คน ทั้งสายอาจารย์และสายผู้สนับสนุนจะออกมาในลักษณะ 30 /30/40 น่าจะประมาณนี้แหละไม่ได้ทิ้งห่างกัน ถ้าทิ้งห่างกันมากคนที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้ากระบวนการก็อาจจะมีเพียง 2 คนแต่นี่ไม่ห่างกันก็เลยต้องมี 3คน” แหล่งข่าวคนหนึ่งบอก

 

รศ.นพ.ชาญชัย คณบดีคนปัจจุบันเพิ่งจะหมดวาระไปนั้น มาจากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ เติบโตมาในเส้นทางบริหารต่อเนื่อง แบบข้าราชการประจำ เคยเป็นผอ.โรงพยาบาลศรีนครินทร์  เป็นรองคณบดีฯ และก้าวขึ้นเป็นคณบดีในสมัยที่ผ่านมา น่าจะเป็นต่อมากที่สุดเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ

ทว่า…ด้วยบทบาทของการเป็นผู้บริหารจึงถูกจับตามองในเรื่องข้อผิดพลาดหรือจุดอ่อนในการทำงาน ว่า มีลักษณะที่เป็นไปแบบราชการมากเกินไป “ไม่กล้าตัดสินใจ” จนทำให้โครงการหลายอย่างไม่คืบหน้า โดยเฉพาะโครงการเมดิคัลฮับที่ก่อนหน้านี้ได้รับการกล่าวขานถึงอย่างมาก แต่ปรากฏว่า 4 ปีในช่วงการบริหาร   งานของรศ.นพ.ชาญชัย เรื่องนี้ดูเงียบหายไปจนน่าแปลกใจเกิดอะไรขึ้นกับโครงการฯหรือไม่

คนต่อมาคือ ศ.นพ.บวรศิลป์ เชาว์ชื่น เป็นอาจารย์จากภาควิชาศัลยศาสตร์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างมากเขาจะเสนอตัวลงชิงตำแหน่งสำคัญๆในการบริหารมาตลอด ไม่เพียงแค่คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์เท่านั้น แม้แต่ตำแหน่งอธิการบดีก็เสนอตัวลงชิงตำแหน่งด้วยเช่นกัน

เขาเปิดตัวแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารต่อประชากรคณะแพทย์ฯและบุคคลทั่วไปผ่านโซเซียลมีเดียได้อย่างน่าสนใจเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ผลงานที่โดดเด่นอย่างมากคือ การผลักดันให้มีการจัดตั้งมูลนิธิตะวันฉายที่ช่วยเหลือดูแลการรักษาผู้ป่วยโรคปากแหว่งเพดานโหว่ และเคยเป็นคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยหลายสมัยแต่มีจุดอ่อนคือ ประสบการณ์ในการเชิงการบริหารองค์กรที่ยังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับคู่แข่งคนอื่น

คนที่สามคือ รศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ที่เปิดตัวลงชิงตำแหน่งเป็นคนสุดท้าย แต่ก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที ด้วยผลงานล่าสุดที่กำลังขับเคลื่อนโครงการวิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของภูมิภาคอีสานที่ยังมีความรุนแรงของปัญหา แม้จะมีความพยายามแก้ไขมานานก็ตามเป็นงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยกให้เป็นภารกิจสำคัญโดยสภามหาวิทยาลัยได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

รศ.นพ.ณรงค์ แสดงความสามารถในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนได้เป็นอย่างดี โดยได้นำประเด็นปัญหามะเร็งท่อน้ำดีและพยาธิใบไม้ตับเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสุขภาพระดับชาติและยังผลักดันให้มีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการทำงานเรื่องมะเร็งท่อน้ำดีฯและสามารถประสานให้บริษัทเอกชนสนับสนุนและอนุญาตให้มีการตั้งกล่องรับบริจาคในร้านสะดวกซื้อได้ด้วย

                                                                                                                                                                                                             

รศ.นพ.ณรงค์ ได้รับแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีและพยาธิใบไม้ตับ นอกจากผลงานข้างต้นแล้วในเชิงการบริหาร เขาเคยทำหน้าที่เป็นรองคณบดีฝ่ายแผนของคณะแพทย์ศาสตร์ในสมัยที่รศ.นพ.สุชาติ อารีมิตร เป็นคณบดีก่อนที่จะหันมาทำงานวิชาการและกลับมาเสนอตัวชิงตำแหน่งครั้งนี้

ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่าทั้งสามคนจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหาฯ จำนวน 7 คน ซึ่งมีรศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีฯทำหน้าที่เป็นประธาน โดยคณะกรรมการสรรหาฯจะคัดเลือกบุคคลเพียงคนเดียวเสนอให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาแต่งตั้ง

นั่นย่อมหมายถึงบทบาทของของอธิการบดีในการสรรหาคณบดีฯจึงมีสูงมาก หากว่าต้องการได้ใครเข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ย่อมสามารถโน้มน้าวให้คณะกรรมการสรรหาฯ คล้อยตามได้ไม่ยากเย็นนัก ยิ่งหากมองไกลถึงการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ในช่วงปลายปี 2561 ก็อาจบอกได้เลยว่า

การสรรหาคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มข.ครั้งนี้ “อธิการบดีกิตติชัย” เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียวเพราะนอกจากจะ “ได้ใจ” คนที่ตนเองสนับสนุนแล้ว ยังสามารถสกัดแคดิเดทคนหนึ่งที่เป็นคู่แข่งของคนที่ตนเองสนับสนุนให้หลุดไปจากวงโคจรได้เลยทีเดียว n

Facebook Comments