สื่อออนไลน์ เครื่องมือใหม่ของนักอนุรักษ์เวียดนาม

จากการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของเวียดนาม ผลกระทบที่หลายฝ่ายเป็นห่วงคือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ส่วนหนึ่ง มาจากการรีบเร่งดำเนินการ หรือขาดการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน ปัจจุบันเวียดนามมีผู้ใช้สื่อออนไลน์กว่า 1 ใน 3 ของคนทั้งประเทศหรือราว 40 ล้านคน โดยสื่อ ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง แน่นอนว่าหนีไม่พ้น Facebookที่มีผู้ใช้ประมาณ 35ล้านคน ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกห้ามใช้ ในประเทศนี้

 

 

การใช้ Facebook ระดมความคิดเห็น ส่งต่อคัดค้านโครงการต่างๆ จึงเป็นที่นิยมของคนหนุ่มสาวเวียดนาม เหตุการณ์ที่โด่งดังมากคงไม่พ้น ภาพปลาตายเกลื่อน จากมลภาวะของสารพิษที่ปล่อยลงทะล ของโรงงานถลุงเหล็กของบริษัทไต้หวัน ที่จังหวัดฮาร์ติง ในเวียดนามกลาง ซึ่งส่งผลกระทบไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่นกวางบิงห์ และกวางตรีอีกด้วย ภาพปลาตายทับถมกันเป็นหมื่อนๆภาพ ถูกส่งต่อกันไปออนไลน์ นำไปสู่การเดินขบวนประท้วงในฮานอย และการสั่งปิดโรงงานจนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหา

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เวียดนามมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง นักลงทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นเป็น 3600 เหรียญสหรัฐต่อหัวประชากร แต่กฎเกณฑ์ กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้แม ก็ตามการพัฒนาไม่ทัน แม้ว่าจะมีการจัดตั้ง กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (Ministry of Science, Technology and Environment (MOSTE)) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( Ministry of Natural Resources and Environment (MONRE)) มาตั้งแต่ปี 2008 นอกจากนั้นยังมีความกดดันจากหน่วยงานให้ความช่วยเหลือ และผู้ถือหุ้นต่างๆ ก็ช่วยให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นระดับหนึ่ง แต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว Environmental Performance Index จัดอันดับเวียดนามอยู่ในหนึ่งในสิบประเทศที่มีปัญหามลภาวะ ทางอากาศมากที่สุด นอกจากนั้นปัจจุบันยังมีองค์กรเอกชน ที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างมากมาย

จากเหตุการณ์ร่วมกันประท้วงเหตุการณ์ที่ฮาร์ติงทำให้เกิดความตื่นตัวมากมาก ในกลุ่มหนุ่มสาวเวียดนาม เพื่อเรียกร้องสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า เช่น กลุ่มต่อต้านการโค่นต้นไม้ 6700 ต้นในเมืองหลวงฮานอย หากย้อนกลับมามอง เปรียบเทีบกับคนหนุ่มสาวไทย จะเห็นว่า สื่อออนไลน์ถูกใช้ไปในเชิงบันเทิง สนุกสนานมากกว่าการเคลื่อนไหวเพื่อสังคม นี่อาจจะเป็นแนวโน้มที่จะชี้ให้เห็นความแตกต่างของคุณภาพคน ที่หลายฝ่ายมองว่า ในไม่ช้า ประเทศไทยอาจต้องวิ่งไล่ตามเวียดนามในหลายๆด้าน ก็เป็นได้

Facebook Comments