อวานีขอนแก่น เป้าหมายรายได้ 225 ล้าน แกรนด์โอเพ่นนิ่งยิ่งใหญ่

หลังจากบริษัทขอนแก่นบุรีได้มอบหมายให้ “อวานี” เชนบริหารโรงแรมในเครือไมเนอร์กรุ๊ป ได้เข้ามาบริหารโรงแรมขอนแก่น แทน “เซ็นทารา” นับแต่เดือนกรกฎาคม 2559 ได้จัดงานเปิดตัวเป็นทางการอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา “สหพล ลัดดา” ผู้จัดการโรงแรมอวานีได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ “อีสานบิซวีค” เกี่ยวกับแผนงานและทิศทางการบริหารในด้านต่างๆ การปรับปรุงสถานที การบริการ โดยตั้งเป้าหมายในการสร้างรายได้225ล้าน ต่อปีและเติบโตเฉลี่ยปีละ 10%

เร่งสร้างการรับรู้แบรนด์

นายสหพล ลัดดา ผู้จัดการโรงแรมอวานี ขอนแก่น เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 ที่ “อวานี” ได้เข้ามาบริหารงานโรงแรมขอนแก่นแทนเซ็นทาราได้ทำการปรับปรุงพร็อพเพอร์ตี้ต่างๆให้ได้ตามมาตรฐานของอวานี ทั้งความสะอาด ห้องพัก ภูมิทัศน์ (landscape) ปรับโครงสร้างเมนู (Restructure) ปรับรูปลักษณ์ของห้องอาหารแลและศึกษาตลาดว่าจะทำอย่างไรให้คนได้รู้จักมากขึ้น

“เราพยายามสร้างการรับรู้ (Brand Awareness)ให้ทุกคนรู้จักอวานีจากเดิมที่เคยรู้จักในนามเซ็นทารา เราต้องการให้ผู้คนพูดถึงโรงแรมอวานีแล้วก็รู้ว่าคือโรงแรมนี้อยู่ที่ขอนแก่น”นายสหพลกล่าว

 ทั้งนี้โดยโปรโมทผ่านสื่อเพื่อสร้างการรับรู้ภายในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็มองออกไปในประเทศและต่างประเทศด้วยว่า หากเดินทางมาขอนแก่นต้องมองเห็นว่ามี “อวานี”อยู่ที่นี่ โดยเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักนิวยอร์กและแคนาดานำคณะผู้สื่อข่าวจาก 5 สำนักข่าวเดินทางมาใช้พื้นที่โรงแรม

ในการรีแบรนดิ้ง (Re-Branding) และเปิดตัว (Grand Opening) อย่างเป็นทางการของ อวานีขอนแก่นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ได้เชิญผู้สื่อข่าวและแขกผู้มีเกียรติในขอนแก่นและกรุงเทพฯมาร่วมงานโดยเราไม่ได้เป็นโรงแรม 5 ดาวและไม่ได้เป็นโรงแรม 4 ดาว

“เราวางตำแหน่งตัวเองเป็น Upscale Hotel ผสมผสานระหว่างกลิ่นอายท้องถิ่นบวกกับความทันสมัยแต่สิ่งเด่นชัดคือ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อย มุ่งเน้นให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายที่สุด”นายสหพลกล่าว

 

เตรียมพร้อมรับไมซ์ซิตี้

นายสหพล กล่าวว่า ขอนแก่นคือไมซ์ (MICE) ของภาคอีสาน นอกจากการเป็นศูนย์กลางธุรกิจและราชการ เป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมทั้งสนามบินและรถไฟรางคู่ที่เกิดขึ้นแน่นอน ในส่วนของห้องประชุมสัมมนาแม้จะได้มาตรฐานไมซ์อยู่แล้ว แต่ช่วงต้นปี 2560 ได้มีการปรับปรุงระบบเครื่องเสียงเพื่อจะให้การประชุมสัมมนาของลูกค้าสมบูรณ์แบบที่สุด

“ห้องคอนเวนชั่น ขนาดใหญ่กว่า 4,000 ตารางเมตร สามารถจัดงานแสดงที่จัดอยู่ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ หรือ อิมแพคเมืองทองธานี หรือไบเทค อย่างงานบุ๊คแฟร์ งานแสดงอุปกรณ์เครื่องพิมพ์ หรือมอเตอร์โชว์โดยเราจะพยายามติดต่อและดึงเข้ามาจัดที่นี่”นายสหพลกล่าวและว่า

                ทั้งนี้รูปลักษณ์ห้องพักยังคงรักษามาตรฐาน ความเป็นอวานี คือความสะอาด สะดวกสบายตอบโจทย์ลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนหรือทำธุรกิจทุกพื้นที่ใช้สอยถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกส่วนมีความทันสมัยโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสาร

                นายสหพลกล่าวว่า ส่วนเรื่องอารยะสถาปัตย์ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา (นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร) เพราะว่าในอนาคต Tourism for All โรงแรมเราต้องตอบโจทย์ตรงนั้นด้วย เรามีห้องพิเศษอยู่จำนวน 2 ห้อง จาก 196 ห้องตามกำหนด

มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร

                นายสหพล กล่าวว่า สำหโครงสร้างบุคลากร หลัก ๆพนักงานส่วนใหญ่ยังเป็นชุดที่รับช่วงมาจากเซ็นทารา นอกจากทีมผู้บริหารโดยแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย เนื่องจากเราเห็นความสำคัญของบุคลากรที่มีอยู่ สิ่งที่ทำเพิ่มเติมก็คือ พัฒนาศักยภาพ เพื่อดึงศักยภาพของเขาที่มีอยู่ออกมาใช้ให้ได้มากที่สุดผ่านการฝึกอบรมต่าง ๆ

                “อวานี คือไมเนอร์ ซึ่งเราให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เราจะมีเทรนนิ่งคอร์ส ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนาคนของเราขึ้นมา ทุกวันนี้สิ่งที่เราทำกันหนักมาก คือการฝึกอบรมเรื่องการให้การบริการ”นายสหพลกล่าวและว่า

นอกจากนี้ยังมีออนไลน์โปรแกรมที่ไมเนอร์พัฒนาขึ้นมาสำหรับทุกพนักงานทุกระดับสามารถเข้าไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง มีหลักสูตรที่โรงแรมเตรียมให้และจัดสรรเวลาไว้ให้สำหรับการเรียน พอเรียนจบก็จะมีการทำข้อสอบผ่านออนไลน์ เป็นการเรียนรู้อีกช่องทางหนึ่ง

                ในขณะเดียวกันระดับผู้บริหารก็พยายามสร้างให้เป็นผู้นำที่ดี สามารถที่จะนำลูกทีมไปในทิศทางที่ทางโอนเนอร์และคอร์ปอเรทออฟฟิศต้องการ ทุกอย่างเรามีไกด์ไลน์ให้มีมาตรฐานและหัวข้อฝึกอบรมที่ค่อนข้างดีมากๆไว้รองรับอยู่แล้ว

“ขณะนี้เรามีพนักงาน 234 คน โครงสร้างทางไมเนอร์ หัวหน้าแผนกเรามี 15 คน ตำแหน่งของผมเป็นผู้จัดการโรงแรม ไม่ใช่ GM ด้วยโครงสร้างของเรามีคลัสเตอร์เจนเนอรัลเมเนเจอร์ ซึ่งจะดูหลาย ๆโรงแรมทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดแต่ผู้บริหารหลักจะเป็นผู้จัดการโรงแรม”นายสหพลกล่าว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อวานีขอนแก่น

การปรับตัวช่วงเปลี่ยนผ่าน          

นายสหพลกล่าวว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านก็มีผลกระทบบ้าง เซ็นทารา เป็นแบรนด์ที่ทุกคนรู้จักอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นอวานี เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เกิดมาประมาณ 3 ปี ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควรก็จะมีเรื่องความมั่นใจของหลายๆคนก็จะยังมีความเชื่อถือในเรื่องของความเป็นแบรนด์ ความเป็นมืออาชีพอยู่ตรงนี้ก็จะมีปัญหาบ้าง

                “เราทำงานกันมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 เราได้รับความความเชื่อถือและมั่นใจในฝีมือของทีมงานมากขึ้น จริง ๆเราได้เปรียบตรงที่เราเป็นไมเนอร์ เรามีทีมงานซับพอร์ตที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง มีทีมช่วยเหลือจากคอร์ปอเรทออฟฟิศ จากโรงแรมในเครือ เข้ามาช่วยกันทำงานให้เป็นที่รู้จักและประทับใจ”นายสหพลกล่าวและว่า

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า เพิ่มขึ้นทุก ๆ เดือน อย่างเดือนสิงหาคมคะแนนความพึงพอใจเราได้อยู่ที่ 88% พอมาเดือนกันยายนคะแนนขึ้นมาอยู่ที่ 92% ตรงนี้ทำให้เรามีกำลังใจ ในการบริการลูกค้ามากขึ้น

นายสหพลกล่าวว่า สำหรับราคามีการปรับขึ้นมาเล็กน้อยโดยคำนึงจากตัวโปรดักส์และแวลูที่นำเสนอลูกค้าแต่ก็ไม่ได้ต่างจากเดิมมากโดยราคาของเราค่อนข้างจะต่ำ คือ มากกว่าโฆษะหรือเจริญธานีขึ้นมานิดเดียวอย่างในออนไลน์ก็ไม่ได้ต่างจากที่เป็นเซ็นทาราเลย

“เป้าหมายรายได้ปีหนึ่งเราต้องอยู่ที่ 225 ล้านบาท ซึ่งจะต่ำกว่าพูลแมนและในแต่ละปีจะต้องเพิ่มขึ้นปีละ10% ตัวเลขรายได้เราร้อยละ 70 จากคอนเวนชั่นบวกห้องอาหาร ซึ่งเราจะให้ความสำคัญมากขึ้นส่วนอีก 30% เป็นส่วนของห้องพัก”นายสหพลกล่าว

จัดโปรโมชั่นเพื่อดึงลูกค้า

นายสหพลกล่าวว่า เป้าหมายปี 2560 เราจะทำให้คนขอนแก่นคุ้นกับชื่อของเรา และทำให้ห้องอาหารมีคนมาใช้บริการมากขึ้น เราปรับโครงสร้างเมนูอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด อย่างห้องอาหารจีนของเราก็ค่อนข้างมีชื่อเป็นอันดับต้น ๆของขอนแก่น

 เราพยายามเอาจุดขายตรงนั้นเข้ามาเล่นกับโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น เสาร์ – อาทิตย์จัดโปรโมชั่นติ่มซำบุฟเฟ่ต์ มีลูกเล่นเพิ่มเติมถ้ามาสี่ท่านจ่ายแค่สามท่านในราคาที่ค่อนข้างจะถูกอยู่แล้ว 399 บาทในวันเสาร์ และก็ 499บาทในวันอาทิตย์

                นายสหพลกล่าวว่า สิ่งที่เรากำลังมองอยู่คือ ห้องอาหารวอคแอนด์กิลล์ จริง ๆมีทำเลที่สวยอยู่แล้วแต่ขาดตรงที่คนยังไม่รู้จัก ได้มีการเพิ่มบาบีคิวบุฟเฟ่ต์ในวันเสาร์ – อาทิตย์ โดยการมาพบปะสังสรรค์ ทานอาหารแลเป็นปาร์ตี้สังสรรค์กันได้ด้วย

“เราก็มองว่าโรงแรมของเราไม่ค่อยมีเรื่องของเอนเตอร์เทนเม้นท์ เราจะต้องปรับตรงนี้ให้ดีขึ้น อย่างเช่น ลอนดอนอินน์ (London Inn) ซึ่งเป็นผับของเราก็จะเริ่มให้มีสีสันมากขึ้น”นายหสพลกล่าว

ผจก.โรงแรมฯกล่าวว่า การตลาดของเราเน้นไปทางคอนเวนชั่นมากและก็โซเชียลอีเว้นท์งานแต่งงานเป็นตัวนำรายได้หลักๆเข้าสู่โรงแรม เราก็เลยจะมีการจัดเวดดิ้งแฟร์ในลักษณะที่เป็นรูปลักษณ์ใหม่ที่ทุกคนให้ความสนใจ ข้อดีคือเราอยู่ในเครือไมเนอร์โฮเทล ซึ่งมีโรงแรมอยู่ในเครือค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นที่มัลดีฟส์หรือหาดสวยๆ ในภาคใต้ กระบี่ ภูเก็ต พังงาฯ

 เวดดิ้งแฟร์ของเราจะเอาลูกเล่น (Gimmick) พวกนี้เข้ามาใช้โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ในเครือของเรา อาจจะมีโปรโมชั่นดีๆ ให้ไปพักไปฮันนีมูน ซึ่งโรงแรมจะดูแลเรื่องของค่าใช้จ่ายให้ไปฉลองครบรอบแต่งงานที่ สมุย ภูเก็ต ที่บาหลี หรือที่มัลดีฟส์

“เราจะทำแพ็กเกจไว้ให้ในลักษณะที่มีแวลูใหญ่ ๆอย่างเลี้ยงแขกสักพัน จะไม่ได้ขายพ่วงเข้าไป แต่เป็นสิ่งพิเศษที่จะเพิ่มให้ จากสิ่งที่ลูกค้านำมาให้เรา แล้วเราตอบแทนลูกค้ากลับไป เวดดิ้งแฟร์เราจะทำประมาณปลายเดือนตุลาคม”นายสหพลกล่าว

 

Facebook Comments