เทศกาลหนังเมืองแคน3 “ไม่ทิ้งฝันคนทำหนังอีสาน”

                   เทศกาลหนังเมืองแคน 3 ปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ เน้นกลุ่มเป้าหมายประชากรล้านช้าง เป็นคนอีสาน 20 ล้านคน และคนลาว 7 ล้านคน นัดรวมพลคนทำหนังอินดี้สองฝั่งโขง เคลื่อน 4 กิจกรรมหลัก ทั้งผู้กำกับ ดาราร่วมแสดงฝีมือ ไม่ทิ้งฝันคนอยากทำหนัง    

                   รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานจัดเทศกาลหนังเมืองแคนครั้งที่ 3 กล่าวว่า จากความคิดเริ่มแรกที่จะทำโรงเรียนสอนทำหนังเนื่องจากตนเองเคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ม.ขอนแก่น และ ดร.ภาณุพงษ์ วันจันทึก อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น ต้องการทำเทศกาลหนังเมืองแคน ร่วมกับ นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับหนังคนอีสานที่รักในความเป็นอีสานได้มาชักชวนทำเทศกาลหนังเมืองแคน

“การทำเทศกาลหนังเมืองแคนครั้งแรก เพื่อจะล้มเทศกาลหนังเมืองคาน สิ่งที่หวังตอนนั้นคือ หนังเมืองแคนจะต้องมีความยิ่งใหญ่ และเป็นพื้นที่สำหรับคนทำหนัง ซึ่งจะทำให้จังหวัดขอนแก่นคือ เมืองหนังที่แท้จริง”รศ.ดร.นิยมกล่าว

(ปรับคอนเซ็ปต์ใหม่เน้นล้านช้าง)

                 รศ.ดร.นิยม  กล่าวว่า ปรากฏว่าเราประสบปัญหา ในการจัดครั้งที่ 2 จึงกลับมาตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรที่จะเชิญชวนให้คนมาดูหนัง มาร่วมเทศกาลไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับโลกได้ไหม ทำให้แปลก และน่าสนใจให้ทุกคนคิดว่าไม่มีที่ไหน ต้องมาที่นี่ คำว่า “เมืองแคน” ไม่ใช่แค่ชื่อเฉยๆ เนื้อหาเรื่องราวต้องตอบสนองความเป็นอีสาน

“การจัดเทศกาลหนังเมืองแคน 3 ผมจึงตัดสินใจเน้นอีสานหนังเกี่ยวกับอาเซียนไม่เอา เน้นแค่อีสานเท่านั้น ผู้กำกับ ดารา นักแสดง ทุกอย่างต้องเป็นอีสาน เมื่อพูดถึงอีสานต้องข้ามไปที่สปป.ลาว เพราะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” รศ.ดร.นิยมกล่าวและว่า

                 รศ.ดร.นิยม กล่าวว่า  ตนเดินทางข้ามไปพบอธิบดีกรมฮูปเงาพร้อมรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม สปป.ลาว เพื่อชวนให้เดินไปด้วยกัน เพราะการทำหนังที่สปป.ลาวยังไงก็ขาดทุนมีประชากรทั้งประเทศ 7 ล้านคน เมืองเวียงจันทร์มีโรงหนังแค่โรงเดียวทำยังไงก็ขาดทุน กว่าจะได้เงินแสน เงินล้านเป็นไปได้ยากมาก แต่ก็มีคนที่ยังรักหนังและยังทำหนังอยู่

“เราจึงได้ปรึกษากันว่าควรทำอย่างไร ลูกค้าลาว ผู้กำกับลาว หนังลาว ลูกค้าจะเป็นคนอีสาน 20 ล้านคน อย่างน้อยก็ 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นพลังให้มีกำลังใจ นี่คือที่มาของการลงนาม MOU ร่วมกัน และสร้างเป็นสมาคมผู้กำกับหนังล้านช้าง”รศ.ดร.นิยมกล่าว

                 รศ.ดร.นิยม กล่าวว่า การตีโจทย์หนังลาว หรือ หนังล้านช้างเป็นสิ่งเดียวกัน การร่วมมืออย่างหลวมๆ ว่าเป็นสมาคมผู้กำกับล้านช้างที่หมายถึงลาวและอีสานมาหลอมรวมเป็น 20 กว่าล้านคน ที่จะพัฒนาไปด้วยกัน เราจะตัดขาดจากการเป็นสมาคมผู้กำกับแห่งประเทศ เราจะสร้างด้วยตัวของเราเอง ถ้าเราสร้างให้แข็งแรงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็อยากเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

“ผมได้นำแนวคิดมาต่อยอด แต่สิ่งที่เจอจากการเจรจากันคือวิกฤตหนัง ทั้งหนังไทยและหนังลาววิกฤตไปพร้อมๆกัน นี่คือที่มาของเทศกาลหนังเมืองแคนครั้งที่ 3 เราจะพัฒนาต่อยอดความเป็นล้านช้างอีสานลาวสู่การเป็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้อย่างไร” รศ.ดร.นิยมกล่าวและว่า

ขณะนี้เรายังไม่ใช่อุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นแค่หนังอินดี้ หนังยาวไม่ใช่หนังสั้น หนังอินดี้คือหนังที่ไม่มีนายทุน ซึ่งอุตสาหกรรมหนังมีนักธุรกิจใหญ่รองรับอยู่ ถ้าขาดทุนหรือได้กำไรขึ้นอยู่กับนักธุรกิจ

(เปิดกิจกรรม “หัวใจแก่น”)

                รศ.ดร.นิยม กล่าวว่า การทำหนังอินดี้ต้องทำเองทุกอย่าง เป็นทั้งเจ้าของทุน เป็นผู้กำกับ หาสถานที่ฉายเอง พูดคุยเจรจากับโรงหนัง  ถ้าเขาจะให้ฉายก็ได้ฉาย ซึ่งในปัจจุบันมีในภาคอีสานเยอะมาก จึงคิดที่จะรวมพลังทั้งหมดในเทศกาลหนังเมืองแคน

ในส่วนกิจกรรมมีอยู่ 4 อย่างและยังมีการเดินแฟชั่นที่ผ่านมาก็ทำแบบชาวบ้าน แต่พอขยับไปที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เพราะเป็นผู้สนับสนุนสำคัญที่ช่วยกันขับเคลื่อนครั้งที่ 3 อย่างมีสติ คำว่า “มีสติ” คือ เรามามองสิ่งที่มันเป็นไปได้ อีสานมีคนเก่ง มีคนดี แต่ว่าขาดการสนับสนุน

“เรามีเพื่อนบ้านจากฝั่งลาว เราเป็นอาณาจักรล้านช้าง ถ้าเราจะทำหนังควรมองเพื่อนบ้านเป็นมิตรที่อยู่ใกล้ตัว จึงเป็นที่มาของตรีมในการจัดเทศกาลหนังเมืองแคน และมีการสนับสนุนคนอีสานให้เป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างหนัง”รศ.ดร.นิยมกล่าว

รศ.ดร.นิยม กล่าวว่า กิจกรรมจะมีการประกวด Kaen Star Challenge เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 – 15 มี.ค. 2560 ณ ชั้น 5 หน้าขอนแก่นฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซาขอนแก่น เฟ้นหาดารานักแสดงคนอีสานและลาวเท่านั้น คัดเลือกคนที่เข้ารอบจาก 100 กว่าคนให้เหลือ 20 คน เพื่อมาพบกับทีมประกวดหนัง 20 ทีม ในวันที่ 15 – 18 มี.ค. 2560

“วิธีการประกวดของเราไม่ธรรมดา เราเชิญผู้กำกับระดับสมาคมผู้กำกับมาเป็นพี่เลี้ยงในแต่ละทีมที่เข้ารอบเพื่อแข่งขันกันสิ่งที่เด็กได้รับคือการเรียนรู้จากผู้กำกับมือทองจริงๆ”รศ.ดร.นิยมกล่าวและว่า

ในวันที่ 15 – 18 มี.ค.  ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น “หนังสั้นหัวใจแก่น”เป็นกิจกรรมที่สร้างพลังดาวดวงใหม่ให้กับวงการผู้กำกับ หรือเราเรียกว่า ผู้กำกับการประกวด เฟ้นหาผู้กำกับดาวดวงใหม่จากภาคอีสานและสปป.ลาว คำว่า “หัวใจแก่น” คือ เมืองขอนแก่นของเรา ที่นำแก่นจริงๆมาทำหนัง

ส่วนใหญ่ในการประกวดหนังหลังได้ตรีมแล้วกลับไปทำ 1 – 2 เดือนนำมาส่ง แต่หนังที่ตนทำเป็นหนังเฉียบพลัน ศิลปะ คิดปุ๊บทำให้เสร็จภายใน 3 วัน มาวันที่ 15 มี.ค. ได้รู้ว่าดาราเป็นใคร ตรีมหนังคือใคร พี่เลี้ยงคือใครวันที่ 16 มี.ค.ต้องไปถ่ายให้เสร็จ วันที่ 17 มี.ค.ต้องตัดต่อให้แล้วเสร็จ

(สมาคมผู้กำกับไทยร่วมติวเข้ม)

รศ.ดร.นิยมกล่าวว่า เกณฑ์การคัดเลือก คือ คุณต้องทำTeaser หนัง ระยะเวลา 30 วินาที ให้ได้ จากนั้นคัดให้เหลือ 20 ทีมสุดท้าย ให้เวลา 2 วัน คือ วันที่ 16-17 มี.ค. โดยมีพี่เลี้ยงจากสมาคมผู้กำกับ 4 คน คือ ปรัชญา ปิ่นแก้ว  บัณฑิต ทองดี นนทรี นิมิบุตรธินิตย์ จิตนุกูล

วันที่ 15 – 17 มี.ค. “เบิ่งฮูปเงา เล่าเรื่องหนัง” คือ จะมีหนังของคนลาว ทีมหนังอีสาน เช่น ไทบ้านเดอะซีรีส์ ฮักลี้ผี ครูบ้านนอก ฮักเขาใหญ่ ข้อยฮักเจ้า  I love you ผู้ใหญ่บ้าน ขวัญนาง ฮักอิหลี และความฮักของหลุย – ใบตอง เป็นการฉายภาพยนตร์ 2 รูปแบบ ฉายโรงหนัง SF Cinema และเทศกาลหนังกลางแปลง ณ ลานข้าวเหนียว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น

ส่วนดารานักแสดงเน้นคนอีสานแสดงเท่านั้น “ข้อยฮักเจ้า” เป็นหนังของลาว ดาราลาวก็จะมาร่วมด้วย หนังผู้ใหญ่บ้าน เป็นหนังอีสานของ สุรสีห์ ผาธรรม ที่เคยทำหนังครูบ้านนอกชุดคลาสสิค หนังลาวขวัญนาง เป็นหนังของกรมฮูปเงา

“ด้วยเหตุนี้จึงประกาศไปว่าถ้าจะดูหนังของโลกที่ไหนก็ดูได้ แต่ถ้าอยากดูผู้กำกับ ดารา นางแบบนายแบบของลาวและอีสาน ต้องมางานเทศกาลหนังเมืองแคนที่เดียวในโลกไม่มีที่ไหน นี่คือแนวคิดของนายปรัชญา ปิ่นแก้ว กล่าวไว้” รศ.ดร.นิยม กล่าวและว่า

ทั้งนี้การทำหนังอินดี้ที่อยู่ในที่ต่างๆ จะมานั่งพูดคุยกันการจัดสัมมนา ในวันศุกร์ ที่ 17 มี.ค. เวลา 09.00-15.00 น. ณ คุ้มสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่นเรื่อง “วิกฤตฮูปเงาลาว-หนังไทยจะอยู่อย่างไรในโลกปัจจุบัน ” โดยแบ่งเป็น 2 หัวข้อ หัวข้อแรก คือ “วิกฤตหนังไทย ก้าวอย่างไรจะตาย”  และหัวข้อที่ 2 “ฮูปเงาลาว ก้าวแนวใดในโลกปัจจุบัน”

กิจกรรมเดินพรมแดง แบ่งออกเป็น 5กลุ่ม คือ กลุ่มที่ A ผู้เข้าประกวด KAEN STAR CHALLENGEกลุ่ม B เป็นนายแบบและนางแบบจาก สปป.ลาว 40 คน กลุ่มที่ C ดารา และผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ร่วมเทศกาลจำนวน 9 เรื่องผู้กำกับจากสมาคมภาพยนตร์ 9 ท่านกลุ่ม D ผู้สนับสนุนโครงการ และแขกในแวดวงธุรกิจกลุ่ม E อธิการบดีม.ขอนแก่นพร้อมภริยา ผวจ.ขอนแก่นพร้อมภริยา

(ไม่ทิ้งฝันคนอยากทำหนัง)

                รศ.ดร.นิยม กล่าวว่า ในอนาคตหนังเมืองแคนถ้าเราไม่ทิ้งจะเป็นตัวช่วยให้ฝันของนักศึกษา ฝันของคนอยากทำหนัง มาร่วมกันเกาะเป็นพลังขึ้นมา ให้พวกเขาได้มีเวทีในการแสดงออกและเห็นว่ายังมีคนแบบเราอยู่ก็เป็นสิ่งที่ตื่นเต้น บางทีเราไม่มีเพื่อนอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่มีเวที มีแรงบันดาลใจ นี่คือสิ่งที่เราอยากทำ

การทำหนังเป็นสิ่งที่ไม่ยาก จะยากก็ต่อเมื่อนำมาฉายที่โรงภาพยนตร์ และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ได้ตั้งกฎเกณฑ์ว่า หนังที่มีสิทธิ์ที่ส่งเข้าประกวดรางวัล ต้องเป็นหนังที่ฉายโรงเก็บเงินเท่านั้น แต่หนีไม่พ้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์

“เมื่อก่อนคนจะเข้าวงการสร้างหนังเป็นไปได้ยาก เพราะฟิล์มในการสร้างหนังราคาค่อนข้างแพง  ถ้าไม่มีเงินหลักล้านก็ไม่สามารถทำได้ ” รศ.ดร.นิยมกล่าวและว่า

ปัจจุบันโลกเปลี่ยนเป็นดิจิตอลแล้ว คนมีเงินไม่ถึงล้านก็สร้างหนังดีๆได้ เสนอขายได้ เป็นพลังให้เราเดินต่อไป เราคิดว่าการสร้างหนังไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่มีใจรักที่จะทำก็สามารถทำได้ เมื่อหนังอินดี้เพิ่มขึ้นในแต่ละปีทำให้สมาคมคนทำหนังเกิดความคิดใหม่

หนังที่ประกวดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่จำกัดในการฉายโรงเท่านั้น แต่กลายเป็นโรงหนังอินดี้ ที่สำคัญการเก็บตั๋ว เพราะเป็นตัวการันตีว่า คนพร้อมที่จ่ายเงินเพื่อมาดูหนังของเรา แสดงว่าหนังของเรามีศักยภาพพอที่ทำให้คนล้วงเงินจากกระเป๋า เพื่อมาซื้อตั๋วดูหนัง ซึ่งเป็นความหวังเล็กๆและเชื่อว่าคือพลังในการทำหนังต่อไป

                นอกจากนี้เมื่อปรับระบบเป็น ดิจิตอล ทำให้คนสร้างหนังเพิ่มมากขึ้น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ผูกขาดตรงนี้ไม่ได้อีกแล้ว หนังบางเรื่องดี  เช่น เรื่องล่าสุด “ธุดงควัตร”ของ บุญส่ง นาคภู่ เป็นหนังอินดี้เหมือนกันและส่งเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ตุ๊กตาทองคำ แสดงว่าหนังของเขามีคุณภาพ

……………………………….

นสพ. อีสานบิซวีค ฉบับที่ 198 ปักษ์แรก เดือนมีนาคม 2560

 

Facebook Comments