ข้อได้เปรียบจากต้นทุนแรงงานที่ต่ำ? ในยุคอุตสาหกรรม 4.0

โดย ดร.บุษกรณ์ ลีเจ้ยวะระ

ในสมัยอดีตกาล ประเทศกำลังพัฒนาอาศัยจุดขายเรื่องจำนวนแรงงานและค่าแรงที่ถูกเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศหรือในประเทศเองก็ตาม ต้นทุนแรงงานที่ต่ำทำให้เกิดความได้เปรียบด้านราคาขายและผลกำไร นั่นหมายถึงความสามารถในการแข่งขัน ประเทศกำลังพัฒนาได้ประโยชน์ในแง่ของการจ้างเงิน พร้อมทั้งเกิดการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี รายได้จากภาษี รวมถึงเกิดการอุปโภคบริโภคและเงินทุนหมุนเวียนภายในประเทศด้วย นั่นคือยุคของอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำ ไฟฟ้า เครื่องจักรที่ทำงานโดยอาศัยคนในการควบคุมทุกอย่าง แต่ตอนนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็นยุคที่เครื่องจักรทำงานแทนคนได้

จากการรายงานเรื่อง การค้ากับการพัฒนา ที่เกิดขึ้นในงานประชุมสหประชาชาติ ดูเหมือนว่าผลกระทบของเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ที่คาดว่าจะไม่ได้กระทบการจ้างงานในประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น แต่จะกระทบประเทศที่กำลังพัฒนามากกว่าเสียอีก รายงานดังกล่าวระบุว่า “ความนิยมในการใช้งานหุ่นยนต์ที่มากขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความเสี่ยงที่จะทำให้ข้อได้เปรียบเรื่องแรงงานต้นทุนต่ำของประเทศกำลังพัฒนาหายไป” โดยอ้างถึงรายงานของธนาคารโลกที่ว่า “สัดส่วนของอาชีพที่จะได้รับผลกระทบจากระบบอัตโนมัติทดแทนแรงงานมนุษย์จะมีมากกว่าในประเทศกำลังพัฒนาเนื่องจากอาชีพหลายๆอาชีพในประเทศที่พัฒนาแล้วสูญหายไปแล้วก่อนหน้าโน้น” หมายถึงว่างานที่ใช้ทักษะต่ำจะได้รับผลกระทบแน่นอนในประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากงานเหล่านนี้สามารถใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนได้ทั้งหมด นั่นก็แปลว่า สองในสามของงานในประเทศกำลังพัฒนาจะต้องสูญเสียไปให้กับหุ่นยนต์และเครื่องจักรในอนาคตอันใกล้นี้ และที่น่าตกใจคือ การย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศกำลังพัฒนา กลับเข้าสู่ประเทศของตนกำลังเกิดขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆในประเทศที่พัฒนาแล้วและมีความก้าวหน้าสูงในการพัฒนาทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ที่สูง

อีกรายงานหนึ่งที่น่าสนใจโดย World Economic Forum คือ ประเด็นเรื่องงานในอนาคต คุณสเตฟาน คาสเรียล กรรมการผู้จัดการบริษัทอัพเวิร์ค และประธานร่วมของคณะที่ปรึกษาอนาคตโลกด้านการศึกษา เพศและงาน (Stephane Kasriel Global Future Council on Education, Gender and Work) กล่าวว่า การเป็นผู้ประกอบการและอาชีพอิสระจะเป็นอาชีพในอนาคตของคนส่วนใหญ่ และงานออฟฟิสแบบเดิมจะเริ่มลดน้อยลงไปในอนาคต

นี่คงเป็นทางออกของประเทศกำลังพัฒนาหรือเปล่า ตั้งแต่เล็กๆ พ่อแม่อยากให้ลูกเรียนเพื่อจะได้ทำงานออฟฟิส งานราชการ นั่งในห้องแอร์ ถึงแม้จะเป็นลูกจ้าง ค่านิยมดั้งเดิมทีปลูกฝังกันมาจนปัจจุบัน ถ้าเรียนน้อยหน่อย ก็พอให้สามารถไปทำงานโรงงานได้ก็ยังดี…

ตอนนี้ต้องคิดใหม่ทำใหม่ สร้างค่านิยมใหม่แล้วล่ะค่ะ ทำยังงัยก็ได้ให้พึ่งพาตนเองได้ จำได้ว่าคุณโจน จันได เคยพูดว่า “ระบบการศึกษาในห้องเรียน เป็นระบบที่ดีในการจำกัดศักยภาพมนุษย์ จริงๆแล้วมนุษย์ทำเป็นตั้งหลายอย่าง แต่พอเรียนแล้ว จบอะไรมาก็ต้องพยายามทำอาชีพนั้น และการศึกษาก็ถูกออกแบบให้เป็นระบบการผลิตลูกจ้างที่ดีด้วย” ก็ดูจะ make sense นะคะ ^^ ยังงัยก็ตามการศึกษาตลอดชีพหรือ Lifelong Learning เริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นว่าจำเป็น ไม่ใช่เฉพาะการศึกษาอย่างเป็นทางการที่มีใบประกาศรองรับเท่านั้น นั่นแหละค่ะ จงเตรียมความพร้อมให้ตัวเอง ลูกหลานในอนาคต ให้เค้ายืดหยุ่น ไฝ่รู้ ไฝ่ปฏิบัติเพื่อให้ได้ประสบการณ์ อย่าจำกัดให้รู้เฉพาะในห้องเรียน เพราะเค้าจะกลายเป็น Global Citizen ที่ต้องยืดหยุ่น ปรับตัวเก่ง พึ่งตนเองได้ ในอนาคตโลกาภิวัฒน์เต็มรูปแบบอันใกล้นี้

……………..

นสพ.อีสานบิซวีค ฉบับ 191 ปักษ์หลัง พฤศจิกายน 2559

ขอบคุณรูปภาพ : https://www.it24hrs.com/wp-content/uploads/2017/01/thailand-4-0-g.png

Facebook Comments